ผลต่อการเติบโตและการวางกลยุทธ์
การที่ PMI ภาคการผลิตของสิงคโปร์เพิ่มเป็น 50.6 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวและเร็วขึ้น นี่เป็นเดือนที่สองที่อยู่ในโซนขยายตัว และจังหวะที่เร็วขึ้นสะท้อนความเชื่อมั่นที่มากขึ้นในภาคธุรกิจ เราจึงควรวางตำแหน่งเพื่อรับแรงหนุนต่อเนื่องในสินทรัพย์ที่อิงสิงคโปร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แรงหนุนนี้น่าจะมาจากการฟื้นตัวของภาคอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสำคัญ ตัวเลขส่งออกสินค้าในประเทศที่ไม่รวม “น้ำมัน” (Non-oil domestic exports: มูลค่าส่งออกจากสิงคโปร์ที่ตัดสินค้าที่เกี่ยวกับน้ำมันออก เพื่อให้เห็นภาพการส่งออกที่แท้จริงของอุตสาหกรรมอื่น) เดือนมกราคมชี้ว่า การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-on-year: เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) กลับจากความอ่อนแอที่เห็นในปี 2025 ที่ผ่านมา สิ่งนี้ช่วยรองรับค่า PMI และทำให้การใช้เครื่องมืออนุพันธ์ฝั่งบวกมีน้ำหนักมากขึ้น (อนุพันธ์: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดัชนี หุ้น หรือค่าเงิน) จากข้อมูลนี้ เรามองว่าดัชนี Straits Times Index (STI: ดัชนีหุ้นหลักของสิงคโปร์) มีโอกาสปรับขึ้น ผู้เทรดอาจพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิ “ซื้อ” สินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) บน ETF ที่ติดตาม STI (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและมักติดตามดัชนี) หรือเปิดสถานะซื้อ (long positions: ถือฝั่งคาดว่าราคาจะขึ้น) ในสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี (index futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนี) โดยความผันผวนคาดการณ์ (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) อาจยังไม่สะท้อนมุมมองที่ดีขึ้นทั้งหมด จึงอาจเป็นจุดเข้าเทรดที่ได้เปรียบ เศรษฐกิจที่ดีขึ้นยังหนุนค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) เพราะทำให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: หน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายธนาคารกลาง ดูแลนโยบายการเงิน) มีพื้นที่คงแนวนโยบาย เรากำลังพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากเงินแข็งค่า เช่น ซื้อคอลออปชันของ SGD เทียบดอลลาร์สหรัฐ (หมายถึงวางเดิมพันว่า SGD จะแข็งขึ้นเมื่อเทียบ USD) ในอดีต SGD มักแข็งค่าเมื่อวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลก (electronics cycle: ช่วงขึ้น-ลงของความต้องการและการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก) เข้าสู่ช่วงขาขึ้น ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของสิงคโปร์เปรียบเทียบกับฉากหลังปีที่แล้ว
นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากช่วงไตรมาส 3 ปี 2025 ตอนนั้นอุปสงค์โลกไม่แน่นอน และ PMI แทบยืนเหนือระดับ 50 (ระดับกลาง) ไม่ได้ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าควรลดท่าทีระมัดระวังที่เคยใช้ในช่วงนั้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets