แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเร่งตัว
ทองคำปรับขึ้นจากแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย (safe-haven demand: ความต้องการถือสินทรัพย์ที่มักรักษามูลค่าได้ในวิกฤต) แตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ใกล้ 5,400 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ในวันเดียวกัน ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (stock index futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงดัชนีหุ้น) ร่วง 1.2% ถึง 1.6% ในช่วงการซื้อขายยุโรป เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์ (USD Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) เพิ่มขึ้นมากกว่า 0.5% ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: ธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์) ระบุว่าอาจเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อจำกัดการแข็งค่าของฟรังก์ที่มากเกินไป (intervene: ธนาคารกลางเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราเพื่อกดหรือพยุงค่าเงิน) รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” หลังอิสราเอลโจมตีเตหะราน และ Tasnim รายงานว่าสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดในเตหะราน อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉิน และกองทัพระบุว่ามีการยิงขีปนาวุธจากอิหร่าน ทำให้สัญญาณไซเรนดัง และเกิดการโจมตีตอบโต้เพิ่มเติมช็อกพลังงานและการจัดพอร์ต
ผลกระทบตรงที่สุดคือราคาพลังงาน และควรเตรียมรับสถานการณ์นี้ให้ดี การโจมตีตอบโต้ทั่วอ่าวอาหรับทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางเดินเรือสำคัญที่น้ำมันจำนวนมากต้องผ่าน) ตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งเป็น “คอขวด” (chokepoint: จุดที่ถ้าถูกขัดขวางจะกระทบการขนส่งทั้งระบบ) ที่มีน้ำมันราว 20% ของปริมาณใช้น้ำมันรายวันของโลกผ่าน หากถูกรบกวนจะเกิดภาวะอุปทานสะดุดครั้งใหญ่ (supply shock: ของขาด/ส่งมอบไม่ได้ทำให้ราคาพุ่ง) ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยหลัก และแนวโน้มขึ้นอาจต่อเนื่อง การขยับขึ้นสู่แถว 5,400 ดอลลาร์สะท้อนการย้ายเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นเมื่อผลกระทบทางเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น ในตลาดเงิน ควรให้น้ำหนักดอลลาร์สหรัฐต่อไปเพราะมีสภาพคล่องสูง (liquidity: ซื้อขายได้ง่าย มีคนรับซื้อขายมาก) ขณะเดียวกันฟรังก์สวิสและเยนญี่ปุ่นก็ได้ประโยชน์ แต่ SNB ส่งสัญญาณไม่ต้องการให้ฟรังก์แข็งเร็วเกินไป ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงถูกแทรกแซงค่าเงิน (intervention risk: ความเสี่ยงที่รัฐ/ธนาคารกลางเข้ามากดหรือพยุงค่าเงิน)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets