ความตึงเครียดตะวันออกกลางดันตลาดเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธ (missile: อาวุธยิงไกลนำวิถี) และโดรน (drone: อากาศยานไร้คนขับ) ใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ และจอร์แดน ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามกว้างขึ้นหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และกดดันคู่ AUD/USD ตลาดจับตาพัฒนาการเพิ่มเติมของความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน นักวิเคราะห์บางรายยังชี้ว่า ความวุ่นวายด้านนโยบายของสหรัฐภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันอาจเป็นอีกปัจจัยที่กระทบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์พุ่งแรง เราคาดว่าความผันผวนของตลาดจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เทรดเดอร์ควรติดตามดัชนีความผันผวนของ CBOE (VIX: ดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ซึ่งน่าจะกระโดดขึ้นแรงไปแล้ว; เราเคยเห็น VIX ขยับคล้ายกันจากต่ำกว่า 20 ไปมากกว่า 35 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังสงครามยูเครนเริ่มต้นต้นปี 2022 สภาพแบบนี้ทำให้ “พรีเมียมออปชัน” (options premium: ราคา/ค่าพรีเมียมที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อสัญญาออปชัน) แพงขึ้น แต่ยังจำเป็นสำหรับการ “เฮดจ์” (hedging: การป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุน) สำหรับคู่ AUD/USD มีโอกาสลงต่อ เพราะดอลลาร์ออสเตรเลียมักอ่อนไหวเมื่อคนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off: ภาวะที่นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย) เรามองว่าการเปิดมุมมองขาลงด้วยการซื้อพุทออปชัน (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาใกล้เคียงที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) บน AUD/USD เป็นทางตรงในการทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงจากการลงต่อ ในอดีต AUD มักเคลื่อนไหวไปทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก (correlation: ความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหว) และเคยร่วงแรงในเหตุการณ์ที่ตลาดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงปี 2022ดีลสำคัญในน้ำมัน ทองคำ และหุ้น
ผลกระทบที่ชัดที่สุดจะอยู่ที่น้ำมันดิบ เพราะมีโอกาสสูงที่อุปทานจะสะดุดในตะวันออกกลาง เราคาดว่าราคา WTI และ Brent จะเร่งขึ้นเร็ว (WTI/Brent: ราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันดิบของสหรัฐและยุโรป/ตลาดโลก) อาจเกินกว่าการกระโดดขึ้น 25% ที่เราเห็นในเดือนหลังสงครามยูเครนเริ่ม การซื้อคอลออปชัน (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาใกล้เคียงที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) หรือคอลสเปรด (call spread: กลยุทธ์ออปชันที่ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาเพื่อลดต้นทุน) บนสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือ ETF ที่เกี่ยวข้อง (ETF: กองทุนซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น) เป็นวิธีตั้งรับกับการขึ้นที่คาดไว้ การไหลไปหาความปลอดภัยจะหนุนสินทรัพย์หลบภัยแบบดั้งเดิม เช่น ทองคำ เราคาดว่าทองคำจะทะลุแนวต้านล่าสุด (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายทำให้ขึ้นต่อยาก) เพราะนักลงทุนหาที่หลบความเสี่ยงทั้งจากสงครามและความผันผวนของค่าเงิน การใช้ฟิวเจอร์สทองคำหรือคอลออปชันบน ETF ที่มีทองคำเป็นสินทรัพย์อ้างอิงเป็นแนวทางที่ใช้กันบ่อยในภาวะแบบนี้ ในตลาดหุ้น ต้องเตรียมรับแรงขายวงกว้างในดัชนีหลักอย่าง S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐขนาดใหญ่) การซื้อพุทเพื่อป้องกันพอร์ต (protective puts: ซื้อพุทเพื่อจำกัดขาดทุนของพอร์ต) บนกองทุน/ตราสารที่อิงดัชนี (index trackers: กองทุนที่เคลื่อนไหวตามดัชนี) เป็นการเฮดจ์ที่เหมาะสมสำหรับพอร์ตที่ถืออยู่ เราคาดด้วยว่าจะมีการเคลื่อนไหวรายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น หุ้นสายการบินอ่อนแอจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแข็งแกร่งกว่าตลาด คล้ายที่เกิดในปี 2022 Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets