ดัชนีหุ้นสหรัฐเดินหน้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง โดย Dow เข้าร่วมกับ S&P 500 และ Nasdaq 100 ในการทำจุดสูงสุดใหม่ ส่งให้วอลล์สตรีทมีแนวโน้มปิดเดือนด้วยผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง ตรงกันข้าม ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับลดลงรายเดือน โดยทั้ง Brent และ WTI ซื้อขายบริเวณแถว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดเริ่มสะท้อนความหวังว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” อาจกลับมาเปิดได้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
ในยุโรป ตัวเลข CPI ของฝรั่งเศสและเยอรมนีออกมาต่ำกว่าคาด แม้อัตราเงินเฟ้อทั้งภูมิภาคยังสูงกว่าเป้าหมายของ ECB โดยตลาดหันไปจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payrolls) ของสหรัฐในสัปดาห์หน้า รวมถึงคำสั่งซื้อภาคโรงงานและดัชนีภาคการผลิต/บริการ เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐและแนวโน้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
โมเมนตัมเชิงบวกของหุ้นเทคสหรัฐ และพลวัตตลาดน้ำมัน
จากการปรับขึ้นแรงของหุ้นสหรัฐที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI เรามองว่านักเทรดควรคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี Nasdaq 100 ปรับขึ้นเกือบ 8% ในเดือนนี้ และเมื่อยังทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง การซื้อคอลออปชัน (Call options) บนดัชนีเทคหลักอย่าง QQQ เป็นอีกทางเลือกในการมีส่วนร่วมกับอัพไซด์เพิ่มเติม โมเมนตัมดังกล่าวยังดูแข็งแกร่งต่อเนื่องเข้าสู่เดือนมิถุนายน
ความคาดหวังต่อการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซกำลังกดดันราคาน้ำมันอย่างชัดเจน หลังราคาปรับลงจากระดับเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเดือนก่อน เราจึงวางโพซิชันโดยพิจารณาพุทออปชัน (Put options) บนฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ เนื่องจากหากมีการยืนยันการเปิดจริง อาจผลักให้ราคาย่อลงสู่โซนกลาง 80 ดอลลาร์ได้ ค่าอิมพลายด์โวลาติลิตี้ (Implied volatility) ของออปชันน้ำมันเริ่มลดลงแล้ว สะท้อนว่าตลาดกำลังประเมินสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายขึ้น
กลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยเหตุการณ์ และมุมมองยุโรป
รายงาน Non-farm payrolls ของสหรัฐในสัปดาห์หน้าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาระยะสั้นที่สำคัญที่สุดสำหรับตลาดโดยรวม คาดการณ์ฉันทามติชี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มราว 190,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นสัญญาณชะลอลงเล็กน้อยที่ Fed น่าจะมองในเชิงบวก เราเตรียมรับความเป็นไปได้ของ “เซอร์ไพรส์” ได้ทั้งสองทาง ด้วยการพิจารณากลยุทธ์สแตรดเดิล (Straddles) บน S&P 500 ซึ่งมีโอกาสทำกำไรจากการแกว่งตัวแรงของตลาด ไม่ว่าข้อมูลจะออกมาร้อนแรงเกินคาดหรืออ่อนแอเกินคาดก็ตาม
ฝั่งยุโรป ภาพเงินเฟ้อปรับดีขึ้นแต่ยังเป็นประเด็นที่ ECB กังวล โดยเงินเฟ้อยูโรโซนล่าสุดอยู่ที่ 2.8% แม้การชะลอตัวเป็นสัญญาณบวก แต่ยังอาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การลดดอกเบี้ยอย่างใกล้ ๆ จากธนาคารกลาง ด้วยเหตุนี้ เราจึงใช้ออปชันบนดัชนีหุ้นยุโรปเป็นหลักเพื่อการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) มากกว่าการเก็งกำไรตามทิศทาง (Directional bets)