เงินปอนด์ฟื้นตัวเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี โดย GBP/USD เพิ่มขึ้น 0.08% หลังรายงานของ Axios ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงแล้ว โดยยังต้องรอการยืนยันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คู่เงินซื้อขายที่ 1.3437 ณ เวลาที่เขียน หลังดีดกลับจากจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 1.3367 ก่อนหน้านี้ในยุโรป เงินปอนด์กู้คืนราวครึ่งหนึ่งของการร่วงก่อนหน้าและกลับมาแถว 1.3400 แต่การฟื้นตัวยังเปราะบาง เพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงอีกครั้ง
ช่วงตลาดเอเชีย GBP/USD เผชิญแรงขายใกล้ 1.3400 หลังความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านกลับมาปะทุ ช่วยหนุนความต้องการ “ดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven คือสินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง เช่น ดอลลาร์) บรรยากาศการซื้อขายยังระมัดระวังก่อนรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเมษายน “ดัชนีราคา PCE” (Personal Consumption Expenditures Price Index คือดัชนีวัดราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของเฟด) ที่จะประกาศในช่วงถัดไป ทำให้ตลาดโฟกัสทั้งปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค (macroeconomics คือภาพรวมเศรษฐกิจระดับประเทศ เช่น เงินเฟ้อ การจ้างงาน ดอกเบี้ย) และภูมิรัฐศาสตร์
ผลของพาดหัวข่าวภูมิรัฐศาสตร์ต่อ GBP/USD
รูปแบบที่เห็นชัดคือ “ข่าวภูมิรัฐศาสตร์” ทำให้ตลาดเงินผันผวนแรงในระยะสั้น (short-term คือช่วงเวลาสั้น ๆ) เมื่อมีข่าวลือว่าอาจคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมักอ่อนลง ส่งผลให้เงินปอนด์ได้แรงหนุนชั่วคราว ทำให้ GBP/USD ไวต่อข่าวมากเป็นพิเศษ
ข้อมูลเศรษฐกิจ ความต่างของนโยบาย และแนวโน้มความผันผวน
นอกเหนือจากความผันผวนรายวัน ข้อมูลเศรษฐกิจพื้นฐานยังเอื้อดอลลาร์ในระยะนี้ เมื่อเงินเฟ้อ PCE ล่าสุดทรงตัวที่ 2.7% ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ “เฟด”) จึงมีเหตุผลน้อยที่จะรีบลดดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้อสหราชอาณาจักรลดลงเร็วกว่าเหลือ 2.3% ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) จะลดดอกเบี้ยก่อนเพิ่มขึ้น และอาจเร็วสุดในเดือนสิงหาคม
จากความเสี่ยงเรื่องข่าว (headline risk คือความเสี่ยงที่ราคาจะเหวี่ยงจากพาดหัวข่าวแบบฉับพลัน) และทิศทางนโยบายธนาคารกลางที่ต่างกัน เรามองว่าตลาดอาจเห็นความผันผวนเพิ่มขึ้น “นักเทรดอนุพันธ์” (derivative traders คือผู้ซื้อขายตราสารที่มูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) ควรเตรียมรับความผันผวนที่อาจพุ่งขึ้น การซื้อ “ออปชัน” (options คือสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อรับประโยชน์จากการแกว่งตัวแรงของราคา อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเหตุการณ์ที่ควรติดตามคือรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ รอบถัดไป และความคืบหน้าภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืนยันได้ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นตัวเร่งสำคัญของตลาด