ยูโอบี (UOB) คาดว่าแพ็กเกจ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะช่วยพยุงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 (2H2026) แต่ยังไม่มากพอให้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2569 โครงการถูกวางกรอบเป็นมาตรการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายแบบ “ตรงจุด” ในเศรษฐกิจแบบเปิดขนาดเล็ก (small open economy: เศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้าและเงินทุนต่างประเทศสูง) ซึ่งอุปสงค์ในประเทศ (domestic demand: การใช้จ่ายของคนและธุรกิจในประเทศ) ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และกำลังซื้อที่แท้จริง (real purchasing power: กำลังซื้อหลังหักผลของเงินเฟ้อ) ถูกกดดัน ขณะเดียวกันความเสี่ยงช็อกพลังงานจากตะวันออกกลางอาจส่งผ่านไปยังกำไรธุรกิจ (margins: ส่วนต่างกำไร), ความเชื่อมั่นครัวเรือน และการจ้างงานได้ ยูโอบียังคงสมมติฐาน “ตัวคูณการคลังปีแรก” (first-year fiscal multiplier: เงินภาครัฐ 1 บาทช่วยเพิ่ม GDP ได้กี่บาทในปีแรก) ที่ 0.3–0.5 โดยมองว่ามาตรการออกแบบมาทันเวลาแต่เป็นเพียงชั่วคราว และไม่ใช่การลงทุนภาครัฐ (public investment: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน/โครงการเพิ่มศักยภาพระยะยาวของรัฐ)
จากการประเมินของยูโอบี หากมีการเบิกจ่ายครบทั้งแพ็กเกจ 175.7 พันล้านบาท อาจช่วยพยุง GDP ได้ราว 0.3–0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ และส่วน “ร่วมจ่าย 60/40” วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท (co-payment: รัฐช่วยจ่ายบางส่วนร่วมกับประชาชน) อาจเพิ่มได้อีก 0.2–0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยสมมติปัจจัยอื่นคงเดิม (all else equal: เงื่อนไขอื่นไม่เปลี่ยน) ธนาคารมองว่านโยบายโดยรวมกำลังขยับจากการลดดอกเบี้ยไปสู่การช่วยเหลือแบบเจาะจงผ่านการคลังและสินเชื่อ ขณะที่เงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนจากฝั่งอุปทาน (supply-driven inflation: เงินเฟ้อจากต้นทุน/ราคาพลังงานและวัตถุดิบ) ยังชะลอลงแบบจำกัด ยูโอบียังคงคาด GDP ปี 2569 โต 1.5% และคาดธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลาง) ที่ 1.00% ตลอดปี 2569–2570
การประเมินผลของมาตรการกระตุ้นและนัยต่อตลาด
ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เรามองมาตรการกระตุ้นการคลังของรัฐบาลไทยเป็นแรงพยุงชั่วคราว ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกมของการเติบโต แพ็กเกจมีเป้าหมายลดความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอในครึ่งหลังของปี มากกว่าการจุดแรงหนุนให้ตลาดปรับขึ้นแรง จึงทำให้โอกาสที่ตลาดจะบวกแรงในระยะไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ามีจำกัด
เราคาด ธปท. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ไปตลอดทั้งปี ซึ่งน่าช่วยให้ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยต่ำ (interest rate volatility: ความแกว่งของอัตราดอกเบี้ย/ผลตอบแทนพันธบัตร) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี (Thai 10-year government bond yields: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ 2.65%–2.80% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเราคาดว่าความนิ่งนี้จะต่อเนื่อง ดังนั้นกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำในตลาดอัตราดอกเบี้ยจึงน่าสนใจ