ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ -8 ตามคาด สะท้อนว่าแรงมองบวกในภาคการผลิตยังอ่อนแอ ตัวเลขนี้ชี้ว่ายังมี “ช่องว่าง” ระหว่างมุมมองเชิงลบกับเชิงบวก โดยภาพรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว (ค่าเฉลี่ยในอดีตช่วงยาว)
การออกมาตามคาดบ่งชี้ว่าโมเมนตัม (แรงส่งของแนวโน้ม) ในเดือนนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงชัดเจน ระดับ -8 หมายความว่าผู้ตอบแบบสำรวจในภาคการผลิตยังมองสภาพธุรกิจแย่กว่าปกติ ทำให้มุมมองโดยรวมต่อภาคอุตสาหกรรมในยูโรโซนยังระมัดระวัง
Muted Market Reaction and Low Volatility
ตัวเลขความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมที่ -8 ออกมาตามคาด จึงไม่น่าก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อ “ตลาด” มากนัก ความไม่เซอร์ไพรส์นี้มีแนวโน้มกด “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า โดยจับตาดัชนี VSTOXX (ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดของตลาดหุ้นยุโรป) ซึ่งลดลงมาใกล้ระดับ 15 สะท้อนว่าตลาดเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบแคบ (sideways)
เมื่อความอ่อนแอยังต่อเนื่องจากตัวเลข -8 เรามองว่าดัชนีหุ้นยุโรปรายใหญ่อย่าง Euro Stoxx 50 มีโอกาสปรับขึ้นจำกัด กลยุทธ์ที่น่าสนใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าคือ “ขายสเปรดคอลนอกเงิน” (out-of-the-money call spreads: ขายชุดออปชันคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาด โดยทำเป็นคู่เพื่อจำกัดความเสี่ยง) เพื่อหวังผลจากตลาดที่ทรงตัวหรืออ่อนลงเล็กน้อย
Macro Environment, ECB Policy, and Currency Outlook
มุมมองนี้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่าเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค) ของยูโรโซนยังลดลงช้าอยู่ที่ 2.8% และคำสั่งซื้อภาคการผลิตของเยอรมนียังน่าผิดหวัง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยที่ 3.5% ตลอดช่วงฤดูร้อน จึงมีปัจจัยใหม่ ๆ ค่อนข้างน้อยที่จะทำให้ภาพตลาดเปลี่ยนไป ความชัดเจนด้านนโยบายนี้ยิ่งเอื้อต่อกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำ