ราคาผู้ผลิตของฝรั่งเศส (Producer Prices: ราคาที่ผู้ผลิตขายออกจากหน้าโรงงาน หรือ “ราคาออกจากโรงงาน”) ลดลง 2.1% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน พลิกจากการเพิ่มขึ้น 2% ในเดือนก่อนหน้า การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ตัวเลขกลับเข้าสู่แดนติดลบ หลังจากครั้งก่อนสะท้อนว่าราคาออกจากโรงงานกำลังปรับขึ้น
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าบรรยากาศด้านราคาของผู้ผลิตอ่อนลงในเดือนดังกล่าว เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 2% ในเดือนมีนาคม ผล -2.1% ในเดือนเมษายนสะท้อนว่าแรงส่งของเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตชะลอลงอย่างมาก
นัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินและการวางสถานะในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย
เรามองว่าการร่วงลงแรงของราคาผู้ผลิตฝรั่งเศสเป็นสัญญาณ “เงินเฟ้อชะลอลง” (Disinflation: อัตราเงินเฟ้อลดความร้อนแรง ไม่ได้แปลว่าราคาทุกอย่างต้องลดลง) ที่สำคัญต่อทั้งยูโรโซน การเปลี่ยนจาก +2% เป็น -2.1% แบบรายเดือนสะท้อนว่าอุปสงค์ (Demand: ความต้องการซื้อ) ในเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของยุโรปกำลังอ่อนแรง ซึ่งเปิดทางให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีเหตุผลมากขึ้นในการใช้นโยบายที่ “ผ่อนคลาย” (Dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าเข้มงวด) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ข้อมูลนี้หนุนมุมมองของเราว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับลง ทำให้การถือสถานะ “ฝั่งซื้อ” ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (Interest rate futures: สัญญาที่ราคาเคลื่อนไหวตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย/ผลตอบแทนพันธบัตร) น่าสนใจ โดย CPI ของยูโรโซนล่าสุดอยู่ใกล้ 2.4% (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค) การที่ราคาผู้ผลิตเข้าสู่ภาวะติดลบเป็น “สัญญาณนำ” (Leading indicator: ตัวชี้วัดที่มักเกิดก่อนและบอกทิศทางในอนาคต) ว่าเงินเฟ้อผู้บริโภคอาจชะลอตาม เราจึงพิจารณาซื้อสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bunds: พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) และพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส (OATs: พันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส) เพื่อรับประโยชน์จาก “ยีลด์” ที่ลดลง (Yield: ผลตอบแทนพันธบัตร; โดยทั่วไปยีลด์ลดลงมักทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้น)
ความผันผวนตลาดหุ้นและแนวโน้มเงินยูโร
สำหรับตลาดหุ้น ข่าวนี้ทำให้เกิดแรงดึงสองทางระหว่างข้อดีของดอกเบี้ยที่ต่ำลง กับความกังวลว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอ เราคาดว่าความไม่แน่นอนจะทำให้ตลาดแกว่งตัวมากขึ้น จึงทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวน (Long volatility: ลงทุนเพื่อได้กำไรเมื่อความผันผวนเพิ่ม) ผ่าน “ออปชัน” (Options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) น่าสนใจ โดยดัชนี VSTOXX (ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นยุโรป) ล่าสุดอยู่ใกล้ระดับค่อนข้างต่ำที่ 15 การซื้อ “สแตรดเดิล” (Straddle: ซื้อออปชันทั้งสิทธิซื้อและสิทธิขายพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังให้กำไรเมื่อราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บนดัชนี CAC 40 ดูเป็นกลยุทธ์ที่ต้นทุนสมเหตุสมผล
พัฒนาการนี้ทำให้เรายิ่งมองเงินยูโรอ่อนค่าต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจาก ECB มีโอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังมีแนวโน้มคงดอกเบี้ย ส่งผลให้ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (Interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ/สกุลเงิน) มีแนวโน้มกว้างขึ้น เราจึงวางสถานะด้วยการขายสัญญาล่วงหน้า EUR/USD (EUR/USD futures: สัญญาล่วงหน้าคู่เงินยูโร/ดอลลาร์) โดยข้อมูลในอดีตชี้ว่าเมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยกว้างขึ้น มักกดดันสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าให้อ่อนค่า