ราคาทองคำในซาอุดีอาระเบียปรับลดลงในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยทองคำอยู่ที่ 527.52 ริยาลซาอุฯ ต่อกรัม ลดลงจาก 537.63 ริยาลซาอุฯ ในวันพุธ ขณะที่ราคาต่อ “โตลา” (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักทองที่ใช้ในเอเชียใต้ ราว 11.66 กรัม) ลดลงมาอยู่ที่ 6,152.53 ริยาลซาอุฯ จาก 6,270.86 ริยาลซาอุฯ หนึ่งวันก่อนหน้า จุดอ้างอิงอื่นระบุว่าทองคำอยู่ที่ 5,274.97 ริยาลซาอุฯ ต่อ 10 กรัม และ 16,407.19 ริยาลซาอุฯ ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า เท่ากับราว 31.103 กรัม)
FXStreet ระบุว่า การคำนวณราคาท้องถิ่นทำโดยแปลงจากราคาอ้างอิงตลาดโลกด้วยอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/ริยาลซาอุฯ (USD/SAR) แล้วปรับตามหน่วยชั่งน้ำหนักในประเทศ โดยอัปเดตราคาทุกวันตามระดับตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคา “โดยประมาณ” และราคาซื้อขายจริงในประเทศอาจต่างเล็กน้อย ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทองคำ) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำ 1,136 ตัน มูลค่าราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022
แรงขับเคลื่อนตลาดและมุมมองระยะสั้น
เรามองว่าการอ่อนตัวเล็กน้อยของราคาทองคำล่าสุด เป็นการย่อตัวระยะสั้นมากกว่าการเริ่ม “แนวโน้มขาลง” โดยการย่อแบบนี้อาจเป็นจุดเข้าซื้อเชิงจังหวะสำหรับนักซื้อขาย ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนมูลค่าทองคำยังแข็งแรง
เราจับตาข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศ และสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) หากเงินเฟ้อสหรัฐยังทรงตัวสูง โดยอยู่ที่ 3.4% ในเดือนเมษายน 2026 การส่งสัญญาณ “ลดดอกเบี้ย” เพื่อพยุงเศรษฐกิจในอนาคตอาจกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้ อ่อนค่า โดยทั่วไปดอลลาร์อ่อนมักเป็นบวกต่อราคาทองคำ
การซื้อทองคำของธนาคารกลางยังช่วยพยุงตลาด สภาทองคำโลกรายงานว่า ธนาคารกลางเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรอง 290 ตันในไตรมาส 1/2026 ซึ่งสะท้อนอุปสงค์จากสถาบัน (institutional demand: ความต้องการซื้อจากหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกลาง) ที่ยังต่อเนื่อง เราเชื่อว่าแนวโน้มนี้จะจำกัดการปรับลงแรงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนบทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักย้ายเงินเข้าเมื่อเสี่ยงสูง) ของทองคำ ดังนั้นคาดว่าราคาจะผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งสร้างโอกาสให้ผู้ซื้อขาย “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทองคำ) เรามองหากลยุทธ์ที่ทำกำไรได้เมื่อราคาแกว่งแรง
กลยุทธ์ซื้อขายและป้องกันความเสี่ยงในทองคำ
สำหรับผู้ที่มองบวกต่อทองคำ เราพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาและเวลาที่กำหนด) ที่หมดอายุช่วงปลายมิถุนายนและกรกฎาคม เพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้น โดยกำหนดความเสี่ยงได้ กลยุทธ์นี้ทำให้ได้ประโยชน์หากราคาขึ้น และจำกัดการขาดทุนไว้เท่ากับ “ค่าเบี้ยประกัน” (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ที่จ่ายไป เรามองว่าระดับราคาปัจจุบันเหมาะสำหรับสะสมสถานะ
สำหรับผู้ที่ต้องการ “เฮดจ์” (hedge: ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต) จากความผันผวนของพอร์ตหุ้น “โกลด์ฟิวเจอร์ส” (gold futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ) ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ เนื่องจากทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง (inverse correlation: ความสัมพันธ์ที่เคลื่อนไหวคนละทิศทาง) การถือสถานะ “ซื้อ” (long position: ถือเพื่อหวังราคาขึ้น) ในทองคำช่วยชดเชยโอกาสขาดทุนเมื่อหุ้นถูกขายลง เราแนะนำให้กันสัดส่วนพอร์ตไว้ในอนุพันธ์ทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง (diversification: ลดความเสี่ยงด้วยการถือสินทรัพย์หลายประเภท)