สำนักข่าว Reuters อ้างอิง Tasnim News Agency รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่าได้โจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีใกล้สนามบินบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) โดย IRGC เตือนด้วยว่า หากสหรัฐฯ โจมตีเพิ่มเติม จะเผชิญการตอบโต้ที่ “เด็ดขาดกว่าเดิม” และระบุว่าวอชิงตันต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา
บรรยากาศการลงทุน (risk sentiment: ความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน) อ่อนแรงลงหลังรายงานดังกล่าว โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ (S&P futures: สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ) ลดช่วงบวกก่อนหน้า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ขยับขึ้นสู่บริเวณ 99.50 ขณะที่น้ำมันดิบ WTI (WTI: น้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐฯ) ขึ้นสู่ราว 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.35% ในวันเดียว
ความผันผวนเพิ่มขึ้น และกลยุทธ์เทรดระยะสั้น
เรามองว่าความตึงเครียดที่ยกระดับเป็นสัญญาณชัดเจนว่าตลาดอาจผันผวนสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักถูกเรียก “ดัชนีความกลัว”) กระโดดขึ้นมากกว่า 25% สู่ 19.5 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่เหตุการณ์ความกังวลภาคธนาคารเมื่อปีก่อน สะท้อนว่าการซื้อออปชันแบบคอล (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) หรือสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ของ VIX อาจช่วยลดความเสี่ยงระยะสั้น หากตลาดโดยรวมปรับลง
การพุ่งขึ้นทันทีของน้ำมันดิบ WTI ไปใกล้ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นหากความตึงเครียดยืดเยื้อ โดยแรงหนุนเพิ่มจากข้อมูลล่าสุดของ EIA (EIA: หน่วยงานพลังงานสหรัฐฯ) ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลด 1.5 ล้านบาร์เรล ดังนั้นเราจึงวางตำแหน่งด้วยการซื้อคอลออปชันบนฟิวเจอร์ส WTI โดยตั้งเป้าราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ที่ 100 ดอลลาร์สำหรับช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ผลตอบแทนรายกลุ่ม และสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับดัชนีหุ้น เราคาดว่าจะเห็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ชัดเจนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ออปชันแบบพุต (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนกองทุน ETF กลุ่มสายการบินอย่าง JETS (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและอิงตะกร้าสินทรัพย์) ซึ่งลดลงแล้ว 2.5% ในช่วงก่อนเปิดตลาด ดูน่าสนใจ เพราะต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นจะกดกำไรโดยตรง ในทางกลับกัน เราคาดว่ากลุ่มกลาโหมและพลังงานจะให้ผลตอบแทนดีกว่า และเพิ่มการถือครองคอลออปชันในหุ้นบริษัทผู้รับเหมารายใหญ่และผู้ผลิตพลังงาน
การแข็งค่าของดอลลาร์ โดยดัชนี DXY ขึ้นสู่ 99.50 ยืนยันภาวะ “หนีสู่ความปลอดภัย” (flight to safety: นักลงทุนย้ายเงินไปสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า) โดยสอดคล้องกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yield: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนกับราคา) ที่ลดลง 8 เบซิสพอยต์ (basis points: หน่วย 0.01%) สู่ 4.07% จากแรงซื้อหนี้ภาครัฐ การซื้อคอลออปชันบนฟิวเจอร์สทองคำ (GC: สัญญาฟิวเจอร์สทองคำ) เป็นอีกแนวทางสำคัญเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นต่อไป