
ประเด็นสำคัญ
- Nikkei225 อยู่ที่ 65,079.39 ลดลง 193.80 หรือ 0.30% หลังทำจุดสูงสุดระหว่างวัน (ราคาสูงสุดในช่วงเวลาซื้อขายวันนั้น) ที่ 65,320.39
- Nikkei 225 ลดลง 0.11% มาอยู่ที่ 64,928.28 ในช่วงเปิดตลาด (ช่วงเริ่มซื้อขายของวัน) หลังจากรอบก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 66,428.81
- ดัชนี Topix (ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นที่ครอบคลุมกว้างกว่า Nikkei) ลดลง 0.22% มาอยู่ที่ 3,909.21 ขณะที่ Nikkei ยังบวก 29% ตั้งแต่ต้นปี 2026
- ภาพรวมหุ้นขึ้น-ลงยังปะปน: หุ้นขึ้น 103 ตัว เทียบกับหุ้นลง 120 ตัวใน Nikkei
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังไม่ชัดเจนเป็นวันที่สองในวันพฤหัสบดี เพราะผู้ซื้อขายทบทวนว่า Nikkei ปรับขึ้นเร็วเกินไปหรือไม่ ดัชนีอ้างอิง (ดัชนีหลักที่ใช้เป็นมาตรฐาน) Nikkei 225 ลดลง 0.11% มาอยู่ที่ 64,928.28 ช่วงเช้า ขณะที่ Topix ลดลง 0.22% มาอยู่ที่ 3,909.21
บนกราฟ Nikkei225 อยู่ที่ 65,079.39 ลดลง 193.80 หรือ 0.30% ณ เวลา 05/28 05:04:30 GMT+3 (เขตเวลา GMT+3 คือเร็วกว่าเวลา GMT 3 ชั่วโมง) จุดสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 65,320.39 จุดต่ำสุดที่ 64,500.39 ราคาเปิดที่ 65,254.45 และราคาปิดที่ 65,273.19
ดัชนียังยืนแถว 65,000 แต่บรรยากาศเริ่มเย็นลงหลังการขยับแรงในรอบก่อน Nikkei เคยพุ่งสูงสุด 2.2% ทำสถิติที่ 66,428.81 ก่อนปิดแทบไม่เปลี่ยน ทำให้ผู้ซื้อขายระวังการไล่ซื้อในระดับราคาสูง
หุ้นเทคญี่ปุ่นกดบรรยากาศ
หุ้นเทคโนโลยีญี่ปุ่นเป็นตัวนำให้บรรยากาศอ่อนลง เพราะผู้ซื้อขายขายทำกำไร (ขายหลังราคาขึ้นเพื่อรับกำไร) ในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์: ระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้และช่วยตัดสินใจ) และเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญในคอมพิวเตอร์/โทรศัพท์) การขึ้นรอบนี้เร็ว ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่าราคาแพงเกินกว่ากำไรบริษัท (กำไรจากการดำเนินงาน) หรือไม่
วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์หุ้น (ผู้วิเคราะห์แนวทางลงทุนในหุ้น) จาก Nomura Securities กล่าวว่า ตลาดอาจแกว่งอยู่แถว 65,000 หากยังไม่มีปัจจัยใหม่ มุมมองนี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวล่าสุด ผู้ซื้อขายยังไม่ได้ถอนเงินออกจากญี่ปุ่น แต่เลือกซื้อเป็นรายกลุ่มมากขึ้น หลัง Nikkei ขึ้นแล้ว 29% ตั้งแต่ต้นปี 2026
ข้อมูลจำนวนหุ้นขึ้น-ลงก็หนุนภาพนี้: หุ้นขึ้น 103 ตัว เทียบกับหุ้นลง 120 ตัวใน Nikkei สะท้อนการสลับกลุ่มลงทุน (หมุนเงินไปยังหุ้นอีกกลุ่ม) มากกว่าการเทขายทั้งตลาด
ตลาดเอเชียสะท้อนความระวัง
บรรยากาศในภูมิภาคกลับมาสมดุลมากขึ้นหลังช่วงตลาดเสี่ยงพุ่ง (risk rally: นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น) ก่อนหน้านี้นักลงทุนเอเชียเข้าซื้อหุ้นเร็วเมื่อราคาน้ำมันลดลง และความหวังเรื่องข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านเพิ่มขึ้น ตอนนี้ผู้ซื้อขายต้องการหลักฐานชัดขึ้นว่าความเสี่ยงด้านอุปทาน (โอกาสที่ของจะขาด/ส่งมอบสะดุด) ลดลง และกำไรของบริษัทเทคยังพอรองรับราคาหุ้นที่แพงได้
ญี่ปุ่นได้ประโยชน์ชัดเมื่อความเสี่ยงด้านพลังงานลดลง เพราะประเทศนำเข้าเชื้อเพลิงจำนวนมาก น้ำมันที่ถูกลงช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไร (margin: เงินที่เหลือหลังหักต้นทุน), ลดต้นทุนนำเข้า และลดภาระค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้สะท้อนประโยชน์ส่วนหนึ่งไปแล้วในรอบที่ Nikkei ขยับเหนือ 65,000
ดังนั้น ช่วงถัดไปอาจขึ้นกับผู้นำของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่าความหวังภาพรวม หากหุ้นเทคเริ่มนิ่ง Nikkei อาจกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม หากเงินย้ายไปหุ้นเชิงรับ (defensive: หุ้นที่ผันผวนน้อย เช่น สาธารณูปโภค) หรือหุ้นคุณค่า (value: หุ้นที่ราคาถูกเมื่อเทียบกับพื้นฐาน) Topix อาจประคองตัวได้ดีกว่า Nikkei
ข่าวสหรัฐและน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงพื้นหลัง
ข่าวจากสหรัฐและน้ำมันยังสำคัญ แต่ตอนนี้เป็นปัจจัยเสริมมากกว่าตัวขับหลักของตลาดญี่ปุ่น ช่วงข้ามคืน หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และผู้บริโภคหนุนดัชนี Dow Jones Industrial Average (ดัชนีหุ้นสหรัฐของบริษัทขนาดใหญ่) ปิดสูงสุดเป็นสถิติ ขณะที่หุ้น AI และชิปอ่อนลงจากการขึ้นก่อนหน้า ความแตกต่างนี้ส่งผลถึงญี่ปุ่น โดยหุ้นเทคก็เริ่มชะลอ
รายงานใหม่เรื่องสหรัฐโจมตีอิหร่านทำให้ความเชื่อมั่นว่าข้อตกลงตะวันออกกลางใกล้สำเร็จลดลง หากน้ำมันแพงขึ้นจะกระทบญี่ปุ่นผ่านต้นทุนนำเข้าเชื้อเพลิงและแรงกดดันเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าโดยรวมสูงขึ้น) ขณะที่น้ำมันถูกลงจะช่วยส่วนต่างกำไรบริษัทและกำลังซื้อของครัวเรือน
ตอนนี้ความเสี่ยงด้านน้ำมันเป็นตัวแปรสำคัญ มันไม่ได้กำหนดทิศทาง Nikkei ทั้งหมดในวันนี้ แต่มีผลว่าผู้ซื้อขายจะกล้าซื้อหุ้นญี่ปุ่นที่ระดับสูงสุดเป็นสถิติหรือไม่
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
Nikkei 225 อ่อนลงเล็กน้อยหลังพุ่งแรงเหนือ 65,000 แต่โครงสร้างขาขึ้น (แนวโน้มที่ราคายังมีโอกาสขึ้นต่อ) ยังชัดเจน
- ราคาปัจจุบัน: 65,079
- MA5: 64,928 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 5 ช่วงเวลา ใช้ดูแนวโน้ม)
- MA10: 63,175 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วัน)
- MA20: 62,543 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน)

ดัชนียังยืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลักทั้งหมดอย่างชัดเจน โดย MA5 และ MA10 ยังชี้ขึ้นแรง การย่อล่าสุดดูเป็นการพักฐาน (consolidation: ราคานิ่ง/แกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) หลังทะลุแนวสำคัญจากโซน 62,000–63,000 มากกว่าจะเป็นการกลับตัวลง
แรงหนุนมาจากความต้องการรับความเสี่ยงทั่วโลกที่ดีขึ้น (risk appetite: นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น), ความผันผวนของน้ำมันที่ลดลง และความแข็งแกร่งของหุ้นเทคญี่ปุ่นกับหุ้นเกี่ยวกับการส่งออก เงินเยนที่อ่อนค่ากว่าปกติ (ค่าเงินลดลงเมื่อเทียบกับสกุลอื่น) ยังช่วยให้บริษัทส่งออกคาดหวังกำไรดีขึ้น
แนวต้านใกล้ ๆ (ระดับราคาที่มักกดไม่ให้ขึ้นต่อ) อยู่แถว 65,500–66,000 ส่วนแนวรับแรก (ระดับราคาที่มักช่วยพยุงไม่ให้ลงต่อ) อยู่แถว 64,500 ถัดไปคือแนวรับตามแนวโน้มที่แข็งแรงกว่าแถว 63,200
ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือ MA10 ที่กำลังไต่ขึ้น มุมมองระยะกลางยังเข้าทางฝั่งซื้อ แม้แรงส่งระยะสั้นจะเริ่มเย็นลง
คาดการณ์แบบระวัง
Nikkei225 ยังเป็นขาขึ้นในระยะกลางตราบใดที่ยืนเหนือ 62,543.40 แต่ภาพระยะสั้นเริ่มตึงตัวใต้ 65,320.39 หากทะลุ 66,428.81 จะหนุนให้มีโอกาสขึ้นต่อไปหา 67,835.81 โดยเฉพาะถ้าหุ้นเทคญี่ปุ่นกลับมาแรง
คำถามจากผู้ซื้อขาย
ทำไม Nikkei 225 ถึงติดแถว 65,000?
Nikkei 225 ติดแถว 65,000 เพราะนักลงทุนขายทำกำไรหลังขึ้นเร็ว และทบทวนว่าหุ้นเทคญี่ปุ่นแพงเกินไปหรือไม่ Nikkei225 อยู่ที่ 65,079.39 ลดลง 193.80 หรือ 0.30% หลังทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 65,320.39
ราคาปัจจุบันของ Nikkei225 อยู่ที่เท่าไร?
Nikkei225 อยู่ที่ 65,079.39 จุดสูงสุดระหว่างวันคือ 65,320.39 จุดต่ำสุดคือ 64,500.39 ราคาเปิด 65,254.45 และราคาปิด 65,273.19
ทำไมหุ้นญี่ปุ่นเริ่มหมดแรง?
หุ้นญี่ปุ่นเริ่มหมดแรงเพราะนักลงทุนเลือกซื้อเข้มขึ้นหลัง Nikkei ขึ้นแรงปีนี้ ดัชนียังบวก 29% ในปี 2026 แต่ผู้ซื้อขายระวังการซื้อที่ราคาสูงหากไม่มีปัจจัยใหม่มาหนุน
ทำไมหุ้นเทคญี่ปุ่นถูกกดดัน?
หุ้นเทคญี่ปุ่นถูกกดดันเพราะนักลงทุนกังวลว่าการขึ้นของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) มาไกลและเร็วเกินไป ความอ่อนแรงของหุ้นชิปในสหรัฐยังส่งผลถึงญี่ปุ่น ทำให้หุ้นชิป อิเล็กทรอนิกส์ และหุ้นที่เกี่ยวกับ AI เสี่ยงถูกขายทำกำไรมากขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets