ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ จาก ADP (รายงานเอกชนที่ติดตามการจ้างงานของบริษัทต่าง ๆ) ลดลงมาอยู่ที่ 35.75K ณ วันที่ 2 พ.ค. จากเดิม 42.25K สะท้อนว่าความเร็วของการเพิ่มการจ้างงานภาคเอกชนในช่วง 4 สัปดาห์ล่าสุดชะลอลง
ในเชิงตัวเลข การลดลงครั้งนี้เท่ากับ 6.50K อย่างไรก็ดี ค่าเฉลี่ยยังเป็นบวก หมายความว่าการจ้างงานตามการวัดของ ADP ยังขยายตัวอยู่
หลักฐานชี้ตลาดแรงงานเริ่มเย็นลง
เรามองว่าการลดลงของค่าเฉลี่ยการจ้างงาน ADP เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่สำคัญว่าตลาดแรงงานเริ่ม “เย็นลง” การลดจาก 42.25K เหลือ 35.75K ในค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ไม่ใช่ความผันผวนชั่วคราว แต่เป็นแนวโน้มที่บ่งชี้ว่าแรงส่งของการจ้างงานกำลังอ่อนลง ซึ่งชี้ไปสู่กิจกรรมเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลงเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน
มุมมองนี้สอดคล้องกับรายงานการจ้างงานทางการล่าสุด โดยตัวเลข Non-Farm Payrolls (การจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักของตลาดแรงงานสหรัฐฯ) เดือนเม.ย.ออกมาเพียง 85,000 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด (consensus forecast หรือ “ตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์”) ที่ 150,000 นอกจากนี้ ข้อมูล CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งใช้วัดเงินเฟ้อ) ที่เผยแพร่กลางเดือนพ.ค. ชี้ว่า core inflation (เงินเฟ้อพื้นฐาน คือเงินเฟ้อที่ตัดราคาสินค้าที่ผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) ชะลอลงมาอยู่ที่ 3.1% ต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี การผสมกันของตลาดแรงงานที่อ่อนลงและเงินเฟ้อที่ชะลอ ช่วยสนับสนุนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
นัยต่อตลาดและการวางกลยุทธ์
จากข้อมูลนี้ เรามองว่าตลาดยังประเมินโอกาสการลดดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงปลายปีนี้ต่ำเกินไป โดยเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่ใช้คาดความน่าจะเป็นของการปรับดอกเบี้ยจากราคาสัญญาฟิวเจอร์ส) แสดงความน่าจะเป็น 65% ที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. เพิ่มจาก 30% เมื่อเดือนก่อน ดังนั้นเราจึงวางสถานะเพื่อรับการปรับลงของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ผ่าน SOFR และ Fed Funds futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น โดย “ฟิวเจอร์ส” คือสัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคต)
สำหรับตราสารอนุพันธ์อิงดัชนีหุ้น (equity index derivatives คือเครื่องมืออนุพันธ์ที่อิงดัชนี เช่น S&P 500) ภาพรวมบ่งชี้ว่าความผันผวน (volatility คือระดับการแกว่งของราคา) อาจสูงขึ้น ความตึงเครียดระหว่างเศรษฐกิจที่ชะลอ (เป็นลบต่อหุ้น) กับโอกาสที่นโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้น (เป็นบวกต่อหุ้น) มีแนวโน้มทำให้ตลาดแกว่งตัว เราจึงมองการซื้อการป้องกันความเสี่ยงผ่าน put options (ออปชันขาย คือสิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง) บน S&P 500 หรือซื้อ VIX call options (ออปชันซื้อบนดัชนี VIX ซึ่งสะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) เพื่อรับประโยชน์จากการแกว่งของราคา
เรายังคาดว่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนค่าลงเมื่อคาดการณ์การลดดอกเบี้ยฝังตัวมากขึ้น ในอดีต ดัชนีดอลลาร์มักปรับลงเฉลี่ย 2-3% ในช่วง 3 เดือนก่อนการลดดอกเบี้ยครั้งแรกของรอบการผ่อนคลายนโยบายใหม่ ทำให้การใช้ออปชันบนฟิวเจอร์สค่าเงิน (currency futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน) โดยเฉพาะยูโรและเยนญี่ปุ่น เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการวางสถานะรับการเปลี่ยนแปลงนี้