ทองคำ (XAU/USD) ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ใกล้ 4,575 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าของการซื้อขายยุโรปวันพุธ โดยความต้องการดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ขณะเดียวกันความกังวลเงินเฟ้อทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางหลักจะ “เข้มงวด” มากขึ้น (Hawkish คือแนวโน้มใช้นโยบายการเงินตึงตัว เช่น ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้เงินไหลออกจากทองคำซึ่ง “ไม่มีดอกเบี้ย” (Non-yielding คือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย) ในตะวันออกกลาง กองกำลังสหรัฐระบุว่าได้โจมตีเพื่อป้องกันตนเองในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ เป้าหมายคือฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด โดยเตหะรานวิจารณ์ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เตือนว่ามีสิทธิในการตอบโต้
ความตึงเครียดดังกล่าว รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) และการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงและยิ่งเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ ภายใต้ฉากทัศน์นี้ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคม และตลาดคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) อาจขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี ขณะที่นักลงทุนประเมินโอกาสราว 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม วันพุธไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ตลาดจึงจับตาถ้อยแถลงของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) รวมถึงวันพฤหัสบดีซึ่งจะมีดัชนีราคา PCE ของสหรัฐ (PCE Price Index: ดัชนีเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ) และประมาณการครั้งที่สองของ GDP สหรัฐ (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมในประเทศ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจ) ด้านเทคนิค XAU/USD ติดแนวต้านใกล้ 4,580 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 100 ช่วงบนกราฟ 4 ชั่วโมง (100-period EMA: เส้นค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) โดย RSI อยู่แถว 41 (RSI: ตัวชี้วัดโมเมนตัม วัดแรงซื้อแรงขาย) และ MACD ยังติดลบ (MACD: ตัวชี้วัดแนวโน้มจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) ขณะที่หากหลุด 4,450 ดอลลาร์ การปรับฐานมีโอกาสลึกขึ้น
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อฉุดทองคำ
ราคาทองคำถูกกดดันลงมาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ใกล้ 4,575 ดอลลาร์ โดยจุดอ่อนมาจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ซึ่งได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้เงินย้ายออกจากทองคำ
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเป็นปัจจัยช่วยหนุนสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของดอลลาร์ (Safe-haven: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง) และกดดันทองคำ ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีที่สะท้อนความกังวลของตลาดหุ้นสหรัฐ) ขยับขึ้นล่าสุดสู่ 14.5 บ่งชี้ความกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ “ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยง” (Risk premium: ราคาหรือผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง) ยังไปอยู่กับดอลลาร์เป็นหลักในช่วงนี้
เมื่อความตึงเครียดอาจกระทบอุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความกังวลเงินเฟ้อยังอยู่ต่อเนื่อง รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ล่าสุดที่ 3.6% เมื่อเทียบรายปี ตอกย้ำมุมมองว่าเฟดจะยังคงเข้มงวด โดยตลาดประเมินโอกาสราว 55% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่ม “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ของการถือทองคำ (Opportunity cost: เมื่อดอกเบี้ยสูง การถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยจะเสียเปรียบ)
สัญญาณเทคนิคเป็นลบและแนวทางการเทรดที่เป็นไปได้
จากภาพเทคนิคที่เป็นขาลง (Bearish: แนวโน้มราคามีโอกาสลดลง) แนวรับ 4,450 ดอลลาร์เป็นระดับสำคัญ หากหลุดอาจเปิดทางให้การปรับฐานต่อเนื่อง ส่วนแนวต้านหลัก 4,580 ดอลลาร์ยังเป็นเพดานสำคัญในระยะสั้น