EUR/GBP ปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่แถว 0.8650 ในช่วงเปิดตลาดยุโรปเช้าวันพุธ โดยเงินยูโรได้แรงหนุนจากถ้อยแถลง “สายเหยี่ยว” ของผู้กำหนดนโยบายธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งหมายถึงท่าทีเข้มงวดและพร้อมคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ย เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณพร้อมทำให้นโยบายการเงินตึงตัว (คุมเข้มขึ้น) เพราะเงินเฟ้อยังน่ากังวล ขณะเดียวกัน ความคาดหวังว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจวงกว้าง ก็ยิ่งหนุนบรรยากาศฝั่งยูโร
ตลาด “รับรู้ราคาไปแล้ว” (priced in: สะท้อนคาดการณ์ไปในราคาแล้ว) ว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit rate: ดอกเบี้ยนโยบายที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB) จากระดับ 2% อีก 2 ครั้ง และในช่วง 1 ปีข้างหน้า ตลาดยังให้น้ำหนักเกือบ 50% ว่าอาจมีการขึ้นครั้งที่ 3 ตรงกันข้าม แบบสำรวจของ Reuters พบว่านักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขึ้นเพียง 2 ครั้งก่อนลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2027 ด้านอังกฤษ ความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยถูกลดลงหลังเงินเฟ้ออ่อนลง รวมถึงอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเหนือคาดแตะ 5.0% ในเดือนเมษายน และความเสี่ยงทางการเมืองลดลง Pantheon Macroeconomics ระบุว่าเทรดเดอร์กำลัง “ตัด” การคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยปี 2026 ลง 1 ครั้งเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (gilt yields: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล UK) ร่วงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023
ความต่างของนโยบายการเงินหนุนยูโรแข็งเทียบปอนด์
เราเห็นความต่างของนโยบายการเงินที่ชัดเจน ซึ่งน่าหนุนให้ยูโรแข็งค่าเทียบปอนด์ในระยะใกล้ ECB กำลังปูทางให้ตลาดคาดการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ขณะที่ความคาดหวังว่า “ธนาคารกลางอังกฤษ” (BoE) จะขึ้นดอกเบี้ยเริ่มจางลง ช่องว่างนโยบายนี้หนุนให้ EUR/GBP มีโอกาสปรับขึ้นต่อจากระดับราว 0.8650
ท่าทีสายเหยี่ยวของ ECB เป็นผลจากเงินเฟ้อที่ยังลงยาก โดยตัวเลขประมาณการเบื้องต้น (flash estimates: ตัวเลขเบื้องต้นที่ประกาศเร็ว) ของยูโรโซนชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ทรงตัวอยู่ที่ 2.9% เราประเมินว่าตลาดให้น้ำหนัก 100% ต่อการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (25 basis points: 0.25 จุดร้อยละ) ในการประชุม ECB เดือนมิถุนายน ท่าทีชัดเจนจากเจ้าหน้าที่อย่าง Schnabel และ Villeroy ช่วยพยุงเงินยูโรไม่ให้อ่อนง่าย
ทางฝั่งสหราชอาณาจักร ข้อมูลเศรษฐกิจเริ่มอ่อนลง ทำให้ BoE มีเหตุผลที่จะระมัดระวังมากขึ้น การเพิ่มขึ้นเหนือคาดของอัตราว่างงานเป็น 5.0% ถือว่าสำคัญ เพราะเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่กลางปี 2021 และสะท้อนว่าตลาดแรงงาน (labor market: ภาพรวมการจ้างงาน-ว่างงาน-ค่าจ้าง) เริ่มเย็นลง เมื่อรวมกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลง ทำให้ผลตอบแทนกิลต์ปรับลด และตลาดเลื่อน/ลดการเดิมพันการขึ้นดอกเบี้ย
กลยุทธ์ออปชันในภาวะความผันผวนเพิ่มขึ้น
ภายใต้ฉากทัศน์นี้ เรามองว่าเทรดเดอร์ควรพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” EUR/GBP (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ที่หมดอายุเดือนกรกฎาคม เพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้นหลังคาดว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน เรามองเป้าหมายไปที่ระดับ 0.8720 ซึ่งเคยเป็นแนวต้านสำคัญ (resistance: ระดับที่ราคาขึ้นไปแล้วมักติด) เมื่อต้นปี
สำหรับผู้ที่ต้องการลดต้นทุน เราให้น้ำหนักกับกลยุทธ์ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิใกล้ระดับปัจจุบัน และขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า) โดยซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ตกลงใช้สิทธิซื้อ) ใกล้ระดับ 0.8650 และขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เช่น 0.8750 จะช่วยลดค่าเบี้ยประกัน (premium: ค่าใช้สิทธิที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ตั้งแต่ต้น ทำให้ความเสี่ยงจำกัด แต่ยังได้อานิสงส์หาก EUR/GBP ขยับขึ้นจากความต่างของนโยบาย
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชัน EUR/GBP ยังอยู่ค่อนข้างต่ำ แต่เราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นก่อนการประชุมธนาคารกลาง จึงเป็นจังหวะเหมาะในการถือ “สถานะรับความผันผวน” (long volatility: ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม) ก่อนต้นทุนออปชันจะแพงขึ้น เส้นทางเศรษฐกิจที่ต่างกันของอังกฤษและยูโรโซนยังน่าจะสร้างโอกาสการเทรดในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า