ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวในวันอังคาร หลังจากฟื้นกลับจากการอ่อนค่าของวันจันทร์ โดยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน และโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อาจกลับมาเปิดได้ ทำให้แรงซื้อดอลลาร์ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USD Index หรือ DXY: ตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 2 วันเหนือ 99.00
ในกลุ่ม G10 ยูโร/ดอลลาร์ (EUR/USD) อ่อนกลับลงใกล้ 1.1600 หลังแรงบวกวันจันทร์เริ่มหมด โดย ECB เตรียมเผยรายงานทบทวนเสถียรภาพการเงิน (Financial Stability Review: รายงานประเมินความเสี่ยงต่อระบบการเงิน) ปอนด์/ดอลลาร์ (GBP/USD) ถอยหลังจากติดแนวต้านเหนือ 1.3500 ส่วนปฏิทินเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรไม่มีรายการสำคัญ ดอลลาร์/เยน (USD/JPY) ขึ้นใกล้จุดสูงสุดหลายสัปดาห์บริเวณ 159.30 ก่อนถ้อยแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) นายอุเอดะ ออสซี/ดอลลาร์ (AUD/USD) แกว่งแถว 0.7170 โดยออสเตรเลียจะรายงานเงินเฟ้อสำคัญ พร้อมข้อมูลงานก่อสร้างที่เสร็จสิ้น (Construction Work Done: มูลค่างานก่อสร้างที่ทำเสร็จในช่วงเวลา) และสุนทรพจน์จากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) นายฮิวสัน น้ำมันดิบ WTI (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ) ลดลงใกล้ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ทองคำลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 วัน และทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยน้ำหนักที่ใช้ในตลาดทองคำ)
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ความผันผวนตลาด และเหตุการณ์สำคัญ
เราเห็นความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐเป็นผลโดยตรงจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความตึงเครียด/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ในตะวันออกกลาง นักลงทุนจึงโยกเงินไปสินทรัพย์ปลอดภัย (flight to safety: การย้ายเงินไปสินทรัพย์ที่มองว่าปลอดภัย) ดันดัชนีดอลลาร์เข้าใกล้ระดับ 99.00
ดัชนีความผันผวน CBOE หรือ VIX (Volatility Index: ดัชนีวัดระดับความกลัว/ความกังวลของตลาดจากความผันผวนคาดการณ์) สะท้อนภาวะระวังความเสี่ยง โดยล่าสุดขยับขึ้นสู่ 14.5 จากระดับต่ำของปี
เราวางกลยุทธ์รับความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ออสเตรเลีย ก่อนรายงานเงินเฟ้อสำคัญที่จะออกพรุ่งนี้ โดยเงินเฟ้อรายไตรมาสล่าสุดของออสเตรเลียอยู่ที่ 3.6% และยังลดลงช้า หากตัวเลขยังสูง อาจทำให้ตลาดผันผวนมาก เรามองว่าการซื้อ “สแตรดเดิล” หรือ “สแตรงเกิล” บน AUD/USD เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อเล่นความผันผวนโดยไม่ต้องเดาทิศทาง
– สแตรดเดิล (straddle: กลยุทธ์ซื้อออปชัน “ซื้อ” และ “ขาย” ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรง)
– สแตรงเกิล (strangle: คล้ายสแตรดเดิลแต่ใช้ราคาใช้สิทธิต่างกัน มักต้นทุนต่ำกว่าแต่ต้องแกว่งมากกว่า)
ผลการเคลื่อนไหวค่าเงิน ปฏิกิริยาตลาดน้ำมันและทองคำ
การอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่นเกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นที่กว้างมาก โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงดอกเบี้ยเหนือ 5% ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอยู่ใกล้ศูนย์ ทำให้แรงหนุน USD/JPY ยังเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความเสี่ยงที่ทางการญี่ปุ่นอาจ “แทรกแซง” (intervention: การเข้าซื้อขายเงินตราโดยรัฐเพื่อชะลอ/เปลี่ยนทิศทางค่าเงิน) ทั้งด้วยวาจาหรือการทำจริง เมื่อคู่เงินเข้าใกล้ระดับ 160.00
เรามองความอ่อนตัวของน้ำมันดิบ WTI ที่ลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เชื่อมโยงกับความหวังด้านการทูตที่อาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดได้ ซึ่งกดทับปัจจัยพื้นฐานล่าสุด เช่น รายงานของ EIA (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐ) ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 1.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อน หากยืนยันการเปิดช่องแคบได้จริง ราคามีโอกาสปรับลงแรงต่อ ทำให้การใช้ “พุตออปชัน” ระยะสั้นเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงน่าสนใจ
– พุตออปชัน (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด เหมาะเมื่อกังวลว่าราคาจะลง)