เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันอังคาร หลังตลาดปรับ “การรับความเสี่ยง” ใหม่จากปฏิบัติการทางทหารล่าสุดของสหรัฐในภาคใต้ของอิหร่าน และความตึงเครียดที่กลับมาอีกครั้งเรื่องการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงในจังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) คู่เงิน GBP/USD ซื้อขายใกล้ 1.3444 ลดลงเกือบ 0.43% ในวันดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาวอชิงตันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและระบุว่าเตหะรานจะตอบโต้ ขณะที่สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ ฆอลีบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจา ได้เดินทางกลับเตหะรานหลังหารือกับเจ้าหน้าที่กาตาร์ที่กรุงโดฮา ทำให้ “ช่องทางการทูต” ยังเดินหน้า แต่ลดความหวังว่าความขัดแย้งจะยุติเร็ว
ดอลลาร์ทรงตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เพราะความไม่แน่นอนหนุนความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: เงินที่นักลงทุนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง) โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) อยู่แถว 99.18 เพิ่มขึ้นเกือบ 0.21% รายงานการเจรจามุ่งไปที่ “เงินทุนที่ถูกอายัด/แช่แข็ง” (frozen funds: ทรัพย์สินที่ถูกระงับการเข้าถึงจากมาตรการคว่ำบาตรหรือคำสั่งทางกฎหมาย) โดยอิหร่านถูกระบุว่าต้องการให้ปล่อยทรัพย์สินมูลค่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และอย่างน้อยครึ่งหนึ่งควรถูกปล่อยทันทีหลังประกาศข้อตกลง ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากมุมมองว่าเฟดอาจ “เข้มงวด” (hawkish: ท่าทีเน้นคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ย/ชะลอเศรษฐกิจ) เพราะเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% และความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เพิ่มแรงกดดันด้านราคา; ฝั่งสหราชอาณาจักร ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนลงทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (gilt yields: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร) ลดลง และทำให้ตลาดลดโอกาสที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะขึ้นดอกเบี้ย แม้ยังคาดว่าจะคุมเข้มในภาพรวม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board สหรัฐ (CB Consumer Confidence: ตัวชี้วัดความมั่นใจผู้บริโภค) ลดลงเหลือ 93.1 ในเดือนพฤษภาคมจาก 93.8 โดยนักลงทุนรอรายงานเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี (PCE: ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ)
—
นโยบายธนาคารกลางสวนทาง และแนวโน้มเงินเฟ้อ
ความแตกต่างของนโยบายระหว่างเฟดกับธนาคารกลางอังกฤษเป็นประเด็นสำคัญในตอนนี้ ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐยังสูงกว่าเป้าหมายอยู่ที่ 3.1% ทำให้ตลาดยังมองว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี ขณะที่เงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรชะลอลงมาที่ 2.3% ทำให้ BoE มีเหตุผลที่จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
ความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่านที่รุนแรงขึ้นผลักให้นักลงทุนหันไปถือดอลลาร์ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อความเสี่ยงโลกสูงขึ้น ในอดีต เมื่อมีภัยคุกคามต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็น “จุดคอขวด” (chokepoint: เส้นทางแคบที่หากติดขัดจะกระทบการขนส่งจำนวนมาก) สำหรับน้ำมันโลกประมาณ 20% มักทำให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย และยังกดดันเงินเฟ้อที่เฟดพยายามควบคุม
กลยุทธ์และประเด็นที่ตลาดจับตา
จากปัจจัยดังกล่าว กลยุทธ์คือพิจารณาซื้อ “ออปชันพุท” (put option: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์/คู่เงินในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) ของคู่ GBP/USD ที่หมดอายุใน 1–2 เดือน กลยุทธ์นี้ทำให้สามารถได้ประโยชน์หากเงินปอนด์อ่อนค่าลง โดยจำกัดการขาดทุนสูงสุดไว้ที่ “ค่าเบี้ยออปชัน” (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิในออปชัน) สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังเพิ่ม “ความผันผวน” (volatility: ระดับการแกว่งของราคา) ทำให้มีโอกาสเห็นการเคลื่อนไหวของราคาที่แรงขึ้นในระยะข้างหน้า