This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ดัชนี S&P 500 บวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 หลังราคาน้ำมันร่วง หนุนแรงซื้อกระจายวงกว้างนอกเหนือจากหุ้นบิ๊กเทค

by VT Markets
/
May 26, 2026

นักกลยุทธ์ของ Deutsche Bank ระบุว่า ดัชนี S&P 500 ทำสถิติปรับขึ้นรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 โดยราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยคลายความกังวลต่อ “ช็อกจากภาวะสแต็กแฟลชัน” (เศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อสูง) และหนุนทั้งตลาดพันธบัตรและหุ้นทั้งฝั่งสหรัฐและยุโรป หลังวันหยุดยาว ฟิวเจอร์ส (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) S&P 500 ปรับขึ้น 0.62% และฟิวเจอร์ส Nasdaq เพิ่ม 0.85% แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนเหตุโจมตีช่วงกลางคืนเล็กน้อย

S&P 500 ปรับขึ้น 0.88% ในรอบสัปดาห์ นับเป็นการบวกต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 การปรับขึ้นเกิดขึ้นทั้งที่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เริ่มอ่อนแรง โดยกลุ่ม “Magnificent 7” (หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 ตัวของสหรัฐ) ลดลง 0.76% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยุติสถิติขึ้นต่อเนื่อง 7 สัปดาห์

แรงส่งตลาดเริ่มกระจายออกจากกลุ่มเทคโนโลยี

S&P 500 ยืดสถิติปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 8 สะท้อนแรงส่งของตลาดยังเป็นบวก การปรับขึ้นครั้งนี้ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (น้ำมันดิบอ้างอิงสหรัฐ) ที่ลดลง โดยร่วงมากกว่า 10% ในรอบ 1 เดือน มาอยู่แถว 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การลดลงของราคาน้ำมันช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และหนุนมุมมองว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวต่อได้

ตลาดยังเดินหน้าขึ้นต่อ แม้ผู้นำเดิมอย่างหุ้นเทคฯ ใหญ่เริ่มแผ่ว โดยกลุ่ม Magnificent 7 ติดลบรายสัปดาห์ครั้งแรกหลังบวกต่อเนื่อง 7 สัปดาห์ สะท้อนว่าเกิด “การหมุนย้ายกลุ่ม” (เงินทุนย้ายจากกลุ่มเดิมไปกลุ่มอื่น) มุมมองนี้ถือว่าเป็นสัญญาณดี เพราะทำให้การปรับขึ้นของตลาดกระจายไปหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น

ความผันผวน กลยุทธ์ออปชัน และการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรม

เมื่อดัชนี VIX (ดัชนีวัดความผันผวนที่ตลาดใช้เป็นตัวแทน “ความกลัว”) ทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีแถว 12 ทำให้ “พรีเมียมออปชัน” (ราคา/ต้นทุนของสัญญาออปชัน) ค่อนข้างถูก นี่เป็นจังหวะในการซื้อ “การป้องกันความเสี่ยง” (เฮดจ์: ลดผลขาดทุนหากราคาลง) ต่อความอ่อนแรงของกลุ่มเทคฯ โดยการซื้อ “พุต” (Put: สิทธิขายเพื่อทำกำไรหรือคุ้มครองเมื่อราคาลดลง) บน Nasdaq 100 หรือหุ้นเทคฯ รายตัว เป็นวิธีที่ระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงหากกลุ่มนั้นปรับลงต่อ

ขณะเดียวกันยังควรมีสัดส่วนการลงทุนในความแข็งแรงของตลาดโดยรวม การจับคู่ “พุต” บน Nasdaq กับ “คอล” (Call: สิทธิซื้อเพื่อทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) บน S&P 500 เป็นกลยุทธ์เล่น “ความต่างทิศทาง” ระหว่างตลาดกว้างกับกลุ่มเทคฯ กลยุทธ์นี้จะได้ประโยชน์หากตลาดโดยรวมค่อยๆ ไต่ขึ้น แต่กลุ่มเทคฯ ปรับฐาน (ลงเพื่อพักตัว) ตามแนวโน้มที่เห็นอยู่

มุมมองดังกล่าวยังได้แรงหนุนจากรายงาน CPI ล่าสุด (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัวชี้เงินเฟ้อ) ที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอลงเหลือ 3.1% ส่งผลดีต่อกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น อุตสาหกรรมและการเงิน จึงอาจพิจารณาซื้อคอลบน ETF รายกลุ่มอย่าง XLI และ XLF (ETF: กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น ใช้ลงทุนตามดัชนี/กลุ่มอุตสาหกรรม) เพื่อเก็บโอกาสจากแรงหมุนกลุ่ม โดยในอดีต หากเทคฯ อ่อนกว่าตลาดรวม มักสะท้อนการเปลี่ยนผู้นำตลาดที่อาจยืดเยื้อได้หลายเดือน

เมื่อ S&P 500 ปรับขึ้นต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ หุ้นอาจอยู่ในภาวะ “ซื้อมากเกินไป” (ราคาขึ้นเร็วเกินจนเสี่ยงย่อตัว) และอาจมีโอกาสพักฐานระยะสั้น ดังนั้น การใช้ออปชันแบบ “จำกัดความเสี่ยง” เช่น “คอลสเปรด” (Call Spread: ซื้อคอลและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อจำกัดทั้งกำไรและขาดทุน) บน S&P 500 แทนการซื้อคอลตรงๆ อาจเหมาะสมกว่า เพราะยังร่วมรับโอกาสขาขึ้นได้ แต่จำกัดความเสียหายหากตลาดย่อลงชั่วคราว

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code