ราคาทองคำในซาอุดีอาระเบียปรับลงในวันอังคาร ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 547.49 ริยาลซาอุฯ ต่อกรัม ลดลงจาก 551.27 ริยาลซาอุฯ ในวันจันทร์ ขณะที่ราคาต่อโทลาลดลงมาอยู่ที่ 6,385.99 ริยาลซาอุฯ จาก 6,429.88 ริยาลซาอุฯ FXStreet ยังประเมินราคาไว้ที่ 5,475.09 ริยาลซาอุฯ สำหรับ 10 กรัม และ 17,029.28 ริยาลซาอุฯ ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า) การคำนวณนี้อิงราคาทองคำโลกและแปลงเป็นหน่วยท้องถิ่นด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/SAR (ดอลลาร์สหรัฐ/ริยาลซาอุฯ) โดยอัปเดตทุกวันที่เวลาเผยแพร่ ทั้งนี้ตัวเลขเป็นเพียงราคาอ้างอิงและอาจต่างจากราคาร้านทองในพื้นที่เล็กน้อย
ทองคำมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์รักษามูลค่า” และใช้แลกเปลี่ยนได้ จึงถูกใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง) และเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ (inflation hedge: ถือเพื่อช่วยลดผลกระทบจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น) รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงจากค่าเงินอ่อน (currency depreciation: สกุลเงินมีค่าลดลง) เพราะทองคำไม่ได้ขึ้นกับผู้ออกหรือรัฐบาลใดโดยตรง ธนาคารกลางถูกระบุว่าเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด โดยเพิ่มการถือครอง 1,136 ตัน มูลค่าราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามรายงานของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งเป็นสถิติซื้อสุทธิรายปีสูงสุด ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และราคามักเชื่อมโยงกับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย รวมถึงพฤติกรรมของคู่ XAU/USD (XAU: รหัสทองคำ, USD: ดอลลาร์สหรัฐ)
มุมมองทองคำท่ามกลางการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐ
แม้ราคาทองในซาอุฯ จะอ่อนตัวเล็กน้อยในวันเดียว แต่ภาพปัจจัยพื้นฐานของทองคำโดยรวมยังแข็งแรง ปัจจุบันทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแถว 2,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และการย่อตัวครั้งนี้อาจเป็นจังหวะเข้าซื้อ ปัจจัยหนุนหลักยังไม่เปลี่ยน
แรงขับเคลื่อนสำคัญคือมุมมองที่เปลี่ยนไปต่ออัตราดอกเบี้ยสหรัฐและผลต่อค่าเงินดอลลาร์ ข้อมูล CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อ) ล่าสุดอยู่ที่ 2.8% ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) อาจเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกันยายน 2026 ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) อ่อนลง และล่าสุดหลุดระดับ 102 หลังตลาดประเมินท่าทีเฟดจะผ่อนคลายมากขึ้น (dovish: เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย)
กลยุทธ์การลงทุนและบริบทในอดีต
ภายใต้มุมมองนี้ การซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) ที่หมดอายุในไตรมาส 4 อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อรับโอกาสจากราคาที่อาจปรับขึ้นหลังการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน พร้อมจำกัดความเสี่ยงขาลง ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดและสะท้อนในราคาออปชัน) ยังอยู่ระดับปานกลาง ทำให้ค่าเบี้ยประกันออปชัน (option premium: ราคาที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ยังไม่แพงมาก
มุมมองเชิงบวกยังได้แรงหนุนจากความต้องการของสถาบันและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ รายงานไตรมาส 1/2026 ของสภาทองคำโลกระบุว่าธนาคารกลางเพิ่มทองเข้าทุนสำรองอีก 250 ตัน และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังตึงเครียด ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ดี ควรติดตามรายงานเงินเฟ้อและการสื่อสารของเฟดอย่างใกล้ชิด หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้การลดดอกเบี้ยล่าช้าและกดดันทองคำระยะสั้น ดังนั้นอาจใช้ออปชันพุท (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือกำหนดจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด) ที่เข้มงวดในสัญญาฟิวเจอร์ส (futures contracts: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เพื่อควบคุมความเสี่ยง