
ประเด็นสำคัญ
- XAU/USD (ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ที่ 4,542.82 ลดลง 27.95 หรือ 0.61% หลังแตะจุดสูงสุดของรอบนี้ที่ 4,580.10
- ทองคำหลุดต่ำกว่า $4,550 ต่อออนซ์ (หน่วยน้ำหนักที่ใช้กับทองคำ) ในวันอังคาร ทำให้กำไรจากรอบก่อนหน้าลดลง
- ราคาทองยังลดลงเกือบ 15% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น เพราะความกังวลเงินเฟ้อจากราคาพลังงานทำให้ตลาดคาดว่า “นโยบายการเงินจะเข้มงวดขึ้น” (เช่น ดอกเบี้ยสูงขึ้น)
- ตลาดประเมินโอกาส 56% ที่เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) จะขึ้นดอกเบี้ยภายใน ธันวาคม จึงกดดันสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกเบี้ย” อย่างทองคำ
ทองคำ หลุดต่ำกว่า $4,550 ต่อออนซ์ในวันอังคาร ขณะนักเทรดชั่งน้ำหนักความเสี่ยงใหม่ในตะวันออกกลาง เทียบกับความหวังว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ XAU/USD (ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ที่ 4,542.82 ลดลง 27.95 หรือ 0.61% ณ เวลา 05/26 06:54:42 GMT+3 (เขตเวลา GMT+3)
จุดสูงสุดของรอบนี้อยู่ที่ 4,580.10 จุดต่ำสุด 4,527.60 ราคาเปิด 4,570.10 และราคาปิด 4,570.77 ทองคำสปอต (ราคาทองคำในตลาดซื้อขายทันที) ลดลงราว 0.6% มาอยู่ที่ $4,542.20 ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า คือสัญญาตกลงซื้อ/ขายในอนาคต) เพิ่มขึ้น 0.4%
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า ทองคำยังทำหน้าที่ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อคนกลัวความเสี่ยง) ได้ไม่ชัดเจน โดยปกติความเสี่ยงตะวันออกกลางมักหนุนราคาทอง แต่ตอนนี้ผลทางเงินเฟ้อกลับกดดันทองแทน เมื่อราคาน้ำมันพุ่งทำให้คาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น นักเทรดจะคาดว่า “ธนาคารกลางจะคุมเข้ม” (เช่น ขึ้นดอกเบี้ย) ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองสูงขึ้น เพราะทอง “ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย” (ไม่มีดอกเบี้ยหรือคูปองเหมือนพันธบัตร)
การโจมตีของสหรัฐยังทำให้ความเสี่ยงโลกสูง
แรงกดดันล่าสุดเกิดหลังมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐเล็งเป้าสถานที่ยิงขีปนาวุธ และเรือที่สงสัยว่าพยายามวางทุ่นระเบิดในภาคใต้ของอิหร่าน กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command: หน่วยบัญชาการกองทัพสหรัฐที่ดูแลภูมิภาคนี้) ระบุว่าปฏิบัติการมีเป้าหมายเพื่อปกป้องทหารอเมริกันในพื้นที่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจากับเตหะรานมีความคืบหน้าดี แต่เตือนว่าอาจมีการโจมตีเพิ่มเติมหากการเจรจาล้มเหลว ทำให้ทองคำถูกหนีบอยู่ระหว่างสองแรงกดดัน ความคืบหน้าทางการทูตอาจทำให้ น้ำมัน และความกลัวเงินเฟ้อลดลง ซึ่งอาจทำให้ทองอ่อนลง ขณะเดียวกัน หากเกิดการโจมตีใหม่ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจกลับมา แต่ก็อาจดันราคาน้ำมันขึ้น และทำให้ตลาดยิ่งเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
ตลาดมองความขัดแย้งนี้ไม่ใช่แค่ “ความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ” แต่เป็น “แรงกระแทกเงินเฟ้อ” (เหตุที่ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น) จึงเป็นเหตุที่ทองร่วงเกือบ 15% ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่ม แม้สงครามทำให้ความไม่แน่นอนยังสูง
การคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดทำให้ผู้ซื้อระวังตัว
เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ยังเป็นแรงกดดันหลักของทองคำ ตอนนี้ตลาดสะท้อนโอกาส 56% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายใน ธันวาคม การคาดการณ์นี้จำกัดด้านบวกของทอง เพราะดอกเบี้ยสูงทำให้เงินสดและพันธบัตร (ตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ย) น่าสนใจกว่าทองคำแท่ง
ดอลลาร์ก็มีผลเช่นกัน หากดอลลาร์แข็งค่าจากความคาดหวังเรื่องเฟด ทองคำจะ “แพงขึ้น” สำหรับผู้ซื้อที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการชะลอลง โดยเฉพาะช่วงที่นักเทรดกำลังลดการถือครองหลังราคาขึ้นในรอบก่อนหน้า
ตอนนี้ ฝั่งที่มองว่าทองจะขึ้น (gold bulls: ผู้ที่คาดว่าราคาจะขึ้น) ต้องการ 2 อย่างคือ ราคาน้ำมันลดลง และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยลดลง หากไม่เกิดทั้งสองอย่าง ความต้องการแบบสินทรัพย์ปลอดภัยอาจยังไม่พอจะชดเชยแรงกดดันจากผลตอบแทนดอกเบี้ย
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ทองคำยังแกว่งในกรอบแคบใกล้ 4,540 โดยแรงส่ง (momentum: ความแรงของแนวโน้มราคา) เริ่มอ่อนลง เพราะนักเทรดชั่งน้ำหนักความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง เทียบกับความไม่แน่นอนเรื่องดอกเบี้ยที่ยังอยู่
- ราคาปัจจุบัน: 4,542
- MA5: 4,541 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 ช่วงเวลา: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้มระยะสั้น)
- MA10: 4,563 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 ช่วงเวลา)
- MA20: 4,601 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 ช่วงเวลา)

โครงสร้างระยะสั้นอ่อนลงเล็กน้อย โดยราคายังอยู่ต่ำกว่า MA10 และ MA20 การเด้งกลับช่วงหลังยังไม่แรงพอ บ่งชี้ว่าผู้ซื้อยังระวัง หลังราคาทองถูกกดลงแรงจากยอด 5,598 เมื่อต้นปีนี้
ดอลลาร์สหรัฐที่ทรงตัวแข็ง และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields: ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) ที่ยังสูง ทำให้แรงขึ้นถูกจำกัด ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงก็ทำให้เงินไหลเข้าทองเพื่อป้องกันความเสี่ยงน้อยลง
แนวต้านใกล้สุดอยู่แถว 4,600–4,650 ส่วนแนวรับอยู่แถว 4,500 ถัดไปคือแนวรับที่แข็งกว่าใกล้ 4,400 หากหลุดแนวรับ อาจเปิดทางลงต่อไปยังโซนฟื้นตัวของเดือนมีนาคม
ตอนนี้ทองคำยังเหมือนติดอยู่ในช่วงปรับฐาน (corrective phase: ช่วงที่ราคาย่อลงเพื่อปรับตัวหลังขึ้นแรง) เว้นแต่ความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาค (macro: ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ) หรือความคาดหวังว่าเฟดจะผ่อนคลาย (dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบาย) จะกลับมาแรง
คาดการณ์แบบระวังความเสี่ยง
ทองคำอาจยังถูกกดดัน ตราบใดที่ยังอยู่ต่ำกว่า 4,563.47 และ 4,601.73 หากหลุด 4,527.60 จะทำให้ภาพขาลง (bearish: แนวโน้มลง) ชัดขึ้น และอาจกลับไปโฟกัสที่ 4,098.79
คำถามจากนักเทรด
ทำไมทองคำวันนี้ถึงลง?
ทองคำวันนี้ลดลง เพราะนักเทรดชั่งน้ำหนักความตึงเครียดตะวันออกกลาง เทียบกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และความเสี่ยงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย XAU/USD (ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ที่ 4,542.82 ลดลง 27.95 หรือ 0.61% หลังแตะจุดสูงสุดของรอบนี้ที่ 4,580.10
วันนี้ราคาทองเท่าไร?
วันนี้ราคาทอง (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ที่ 4,542.82 จุดสูงสุดของรอบนี้คือ 4,580.10 จุดต่ำสุดคือ 4,527.60 ราคาเปิดคือ 4,570.10 และราคาปิดรอบก่อนหน้าคือ 4,570.77
ทำไมทองหลุดต่ำกว่า $4,550?
ทองหลุดต่ำกว่า $4,550 เพราะนักลงทุนขายทำกำไร (take profit: ขายเมื่อได้กำไร) หลังราคาขึ้นในรอบก่อนหน้า อีกทั้งความกังวลเงินเฟ้อที่โยงกับความขัดแย้งตะวันออกกลางยังเพิ่มแรงกดดัน เพราะทำให้ตลาดคาดว่า “ธนาคารกลางจะคุมเข้ม” (เช่น ขึ้นดอกเบี้ย)
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านกระทบราคาทองอย่างไร?
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านกระทบราคาทองผ่านราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย การโจมตีล่าสุดของสหรัฐในภาคใต้อิหร่านทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง แต่ความเสี่ยงด้านราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ทำให้กังวลว่าเฟดอาจต้องคุมเข้มนานขึ้น
ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ไหม?
ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับ “ความเสี่ยงแบบไหน” ที่ขับเคลื่อนตลาด ถ้านักลงทุนกลัวสงครามหรือความเครียดทางการเงิน ทองอาจขึ้น แต่ถ้าความเสี่ยงทำให้ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อสูง ทองอาจลง เพราะตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets