เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันจันทร์ โดย GBP/USD ขยับเข้าใกล้ 1.3500 หลังความคาดหวังเชิงบวกต่อข้อตกลงระหว่างสหรัฐ–อิหร่านช่วยหนุนบรรยากาศรับความเสี่ยง และกดดันค่าเงินดอลลาร์ (greenback: คำเรียกดอลลาร์สหรัฐ) ณ เวลาที่รายงาน คู่เงินเพิ่มขึ้น 0.54% ในวันเดียว และซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 14 พ.ค. หลังเปิดตลาดด้วย “ช่องว่างราคา” ขาขึ้นเล็กน้อย (bullish gap: ราคาเปิดกระโดดสูงกว่าราคาปิดก่อนหน้า)
การปรับขึ้นครั้งนี้ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวหลังสัปดาห์ก่อนร่วงลงแถว 1.3300 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ 8 เม.ย. และดันคู่เงินกลับขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดในรอบราวสัปดาห์ครึ่งระหว่างตลาดเอเชีย ช่วงต้นเอเชีย GBP/USD เคลื่อนไหวแถว 1.3480 โดยคาดว่าการซื้อขายจะเบาบาง เพราะตลาดสหรัฐปิดทำการในวัน Memorial Day
แรงหนุนเงินปอนด์และกลยุทธ์การเทรด
เงินปอนด์ปรับขึ้นสู่บริเวณ 1.3500 เทียบดอลลาร์สหรัฐ จากความหวังต่อดีลสหรัฐ–อิหร่านที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า คู่เงินบวกมากกว่า 1.4% ใน 5 วันทำการล่าสุด สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้น (upward momentum: แนวโน้มราคายังไต่ระดับต่อเนื่อง) และเป็นการฟื้นตัวชัดเจนจากระดับ 1.3300 เมื่อสัปดาห์ก่อน
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรขาขึ้น กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อ “ออปชันคอล” (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด) โดยเลือก “ราคาใช้สิทธิ” สูงกว่า 1.3500 (strike price: ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิในสัญญา) วิธีนี้มีโอกาสได้ประโยชน์หากราคาปรับขึ้นต่อ และจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้ที่ “ค่าเบี้ย” (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)
อย่างไรก็ดี ต้องระวัง เพราะการขึ้นรอบนี้ผูกกับข่าวการเมืองระหว่างประเทศ (geopolitical: ปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ) ที่เปลี่ยนเร็ว ในอดีตเมื่อการเจรจาสะดุด มักเกิดการกลับตัวแรง และเงินไหลเข้าดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (flight to safety: นักลงทุนย้ายเงินไปสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ) ดังนั้น หากมีสัญญาณลบจากการเจรจา กำไรที่เกิดขึ้นอาจหายไปเร็ว และผู้ที่ใช้เลเวอเรจสูง (over-leveraged: กู้/ใช้มาร์จิ้นมากเกิน ทำให้เสี่ยงถูกบังคับปิดสถานะ) จะได้รับผลกระทบหนัก
อีกทางเลือกที่กำหนดความเสี่ยงชัดเจนกว่า คือ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) โครงสร้างนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมและความเสี่ยง เหมาะกับการคาดหวังการขึ้นแบบจำกัด โดยเฉพาะเมื่อราคาเข้าใกล้ “แนวต้านเชิงจิตวิทยา” 1.3500 (psychological resistance: ระดับกลม ๆ ที่นักลงทุนให้ความสำคัญ จึงมักมีแรงขาย)