หุ้นสหรัฐเข้าสู่สัปดาห์ที่สั้นลงจากวันหยุด Memorial Day โดยแรงรับความเสี่ยง (risk appetite: ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง) ได้แรงหนุนจากความหวังว่าความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ 3 เดือนจะคลี่คลาย และจากการถือครองหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสัดส่วนสูงของนักลงทุน
ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ซื้อขายต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. หลังตลาดประเมินข่าวความเป็นไปได้ของการหยุดยิง 60 วัน ซึ่งอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) กลับมาเปิดได้เต็มขึ้น และการเจรจาแยกต่างหากเกี่ยวกับ “ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” ของอิหร่าน (enriched uranium: ยูเรเนียมที่เพิ่มสัดส่วน U-235 ใช้ได้ทั้งด้านพลังงานและเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านอาวุธ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ายังเหลือรายละเอียดราว 5% ขณะที่โลกยังเผชิญภาวะขาดแคลนมากกว่า 600 ล้านบาร์เรล จากการปิดช่องแคบ “บางส่วน” ของอิหร่านเมื่อเดือนมี.ค.
ความพยายามทางการทูตยังมีอุปสรรค เช่น การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนที่ยังดำเนินต่อ และความพยายามเมื่อวันจันทร์ที่ไม่สำเร็จในการผลักดันให้รัฐอาหรับยอมรับอิสราเอลภายใต้ “ข้อตกลงอับราฮัม” (Abraham Accords: กรอบความตกลงเพื่อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิสราเอลกับบางประเทศอาหรับ) โดยการเจรจายังเดินหน้าผ่านผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถาน
ตัวชี้วัด “อารมณ์ตลาด” (sentiment indicators: ดัชนีที่สะท้อนความมั่นใจ/กลัวของนักลงทุน) และกระแสเงินทุน (flows: เงินไหลเข้า-ออกกองทุน) ชี้ว่าความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงยังต่อเนื่อง ดัชนี Bull & Bear ของ Bank of America (ตัวชี้ความเสี่ยงแบบรวมหลายปัจจัย) เพิ่มเป็น 8.0 ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่กองทุนหุ้นสหรัฐมีเงินไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน โดยกองทุนเทคโนโลยีเพียงกลุ่มเดียวมีเงินไหลเข้า 9 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดต่อสัปดาห์นับตั้งแต่ต.ค. 2025
Goldman Sachs ระบุว่าเฮดจ์ฟันด์ (hedge funds: กองทุนที่ใช้กลยุทธ์หลากหลายและมักใช้การกู้ยืมเพื่อเพิ่มขนาดการลงทุน) ซื้อหุ้นเทคโนโลยีในจังหวะเร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 เดือน และถือสัดส่วนเทคโนโลยี “มากกว่าดัชนีอ้างอิง” (overweight: ถือมากกว่าน้ำหนักในดัชนี) เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI World (ดัชนีหุ้นโลกของ MSCI) มากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี
ด้านกราฟราคา S&P 500 ทำจุดสูงสุดวันที่ 14 พ.ค. ที่ 7,517 โดย RSI (Relative Strength Index: ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขาย) ลดลงมาอยู่ที่ 68 ขณะที่เส้นแนวโน้มระยะยาวบ่งชี้เป้าหมายราว 8,200-8,300 และหากมีการย่อตัว อาจพบแนวรับใกล้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 วัน) แถวบริเวณแนวต้านเดิม 7,000