Brown Brothers Harriman ระบุว่า ธนาคารกลางฮังการี (National Bank of Hungary: MNB) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางใช้เป็นกรอบนำทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ไว้ที่ 6.25% ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่ยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ย โดยมุมมองหลักคือ MNB จะคงท่าทีการเงินแบบเดิม (monetary stance: แนวทางคุมเข้มหรือผ่อนคลายด้านดอกเบี้ยและสภาพคล่อง) ในการตัดสินใจครั้งถัดไป
รายงานยังอ้างถึง “ยูโร-คอนเวอร์เจนซ์เทรด” (euro-convergence trade: การลงทุนตามธีมที่ประเทศจะเข้าใกล้หรือเข้าเกณฑ์ใช้งานยูโร ทำให้เงินสกุลท้องถิ่นและสินทรัพย์ในประเทศได้แรงหนุน) ว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินฟอรินต์ (Hungarian forint: HUF) ของฮังการี อีกด้านหนึ่ง ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ของฮังการีตั้งเป้าทำตามเงื่อนไขเพื่อเข้าร่วมใช้เงินยูโรภายในปี 2030 ซึ่งทำให้กรอบนโยบายเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับสกุลเงินยูโรในระยะยาว
โอกาสจากแคร์รี่เทรดและการวางพอร์ต
จากความคาดหวังว่า MNB จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 6.25% มองเห็นโอกาสในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ดอกเบี้ยที่สูงเมื่อเทียบกับธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ที่ 2.75% ทำให้ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ/สองสกุลเงิน) กว้าง จึงเอื้อกับ “แคร์รี่เทรด” ของ HUF (carry trade: กู้หรือขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำเงินไปถือ/ลงทุนในสกุลที่ดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง)
ข้อมูลล่าสุดหนุนมุมมองดอกเบี้ยทรงตัว ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์นี้ โดยเงินเฟ้อของฮังการีเดือนเมษายน 2026 อยู่ที่ 4.8% และยังเหนียว (หมายถึงลดลงช้า) ทำให้ MNB ยังไม่มีเหตุผลมากพอที่จะลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน GDP ไตรมาส 1/2026 โต 1.2% ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังพอรับต้นทุนการกู้ยืมระดับปัจจุบันได้ในระยะสั้น
แรงหนุนเชิงโครงสร้างและการบริหารความเสี่ยง
แผนระยะยาวของรัฐบาลในการใช้เงินยูโรภายในปี 2030 เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อค่าเงินฟอรินต์ โดยธีม “ยูโร-คอนเวอร์เจนซ์” ทำหน้าที่เป็นตัวค้ำ (ช่วยยึดความคาดหวังตลาด) ลดความเสี่ยงที่ค่าเงินจะอ่อนค่ารุนแรง และเพิ่มความมั่นใจในการถือสถานะ “ลอง HUF” (long HUF: ถือ/ลงทุนฝั่งได้ประโยชน์หาก HUF แข็งค่าหรือทรงตัวเทียบกับอีกสกุล) สะท้อนว่านโยบายการเมืองให้ความสำคัญกับเสถียรภาพค่าเงินมากขึ้น
สำหรับการใช้ “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์/อัตราแลกเปลี่ยน ใช้เก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง) มุมมองคือการขาย “ออปชันคอล EUR/HUF ที่อยู่นอกเงิน” (out-of-the-money call options: ออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิยังไม่คุ้มที่จะใช้สิทธิ ณ ตอนนี้; กรณีนี้คือเดิมพันว่า EUR/HUF จะไม่พุ่งขึ้นมาก) เป็นแนวทางที่ระมัดระวัง เพราะช่วยรับ “พรีเมียม” (premium: เงินค่าขายออปชันที่ได้รับทันที) และได้ประโยชน์หากฟอรินต์ทรงตัวหรือแข็งค่าทีละน้อย โดย “เวลาเสื่อมค่า” (time decay: มูลค่าออปชันลดลงเมื่อเวลาใกล้หมดอายุ หากราคาตลาดไม่วิ่งตามทางที่ผู้ซื้อหวัง) เข้าทางฝั่งผู้ขาย อีกวิธีคือใช้ “สัญญาฟอร์เวิร์ด” (forward contracts: สัญญาตกลงอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อกำหนดราคาซื้อขายในอนาคต) เพื่อล็อกส่วนต่างผลตอบแทนระดับสูง
อย่างไรก็ดี ต้องคำนึงถึงความผันผวนในอดีตของฟอรินต์ เช่น การอ่อนค่ารุนแรงในปี 2022 แม้ปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันดูหนุน แต่ข่าวภูมิรัฐศาสตร์หรือการเปลี่ยนแปลง “ความอยากรับความเสี่ยงของตลาด” (risk sentiment: บรรยากาศที่นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากหรือน้อย) อาจทำให้ตลาดแกว่งแรง ดังนั้นควรวางสถานะให้มีความเสี่ยงจำกัด เช่น ใช้ “สเปรดออปชัน” (option spreads: ซื้อและขายออปชันร่วมกันเพื่อจำกัดกำไร/ขาดทุนให้เป็นกรอบ) แทนการขายคอลแบบไม่จำกัดความเสี่ยง (naked calls: ขายคอลโดยไม่ได้ถือสินทรัพย์หรือไม่ได้มีออปชันอีกด้านมาช่วยจำกัดขาดทุน)