ราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับขึ้นในวันจันทร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 538.82 ดีแรห์มต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 532.56 ดีแรห์มในวันศุกร์ ขณะที่ราคาต่อ “โทลา” (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักทองที่ใช้ในเอเชียใต้ ราว 11.66 กรัม) เพิ่มเป็น 6,284.65 ดีแรห์ม จาก 6,211.69 ดีแรห์ม FXStreet ยังระบุราคา 10 กรัมที่ 5,388.16 ดีแรห์ม และ 1 ทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งโลหะมีค่า ราว 31.1035 กรัม) ที่ 16,759.10 ดีแรห์ม โดยตัวเลขอัปเดตรายวันคำนวณจากการแปลงราคาทองคำโลกผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/AED (ดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์ม) ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาอ้างอิง และราคาจริงในประเทศอาจแตกต่างกัน
ทองคำถูกมองทั้งเป็น “สินทรัพย์เก็บมูลค่า” (store of value: ทรัพย์สินที่รักษามูลค่าได้ในระยะยาว) และ “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” (medium of exchange: สิ่งที่ใช้ชำระสินค้า/บริการ) จึงมักใช้เป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบจากความเสี่ยง) จากเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่า ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด โดยสภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานว่าในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีการซื้อในหลายประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน อินเดีย และตุรกี ทองคำมักมีความสัมพันธ์ “สวนทาง” กับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: พันธบัตรที่รัฐบาลสหรัฐออก) และมักเคลื่อนไหวต่างจากสินทรัพย์เสี่ยง อีกทั้งราคายังได้รับอิทธิพลจาก “อัตราดอกเบี้ย” และการเคลื่อนไหวของ XAU/USD (XAU/USD: ราคาทองคำที่อ้างอิงเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทองคำ 1 ทรอยออนซ์)
ความเชื่อมั่นขาขึ้นในโลหะมีค่ากลับมา
ราคาทองคำกลับมาแข็งแกร่ง ปรับขึ้นสู่ 538.82 ดีแรห์มต่อกรัม สะท้อนว่าตลาดโลหะมีค่าเริ่มกลับมามองบวก ผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรใช้เป็นสัญญาณทบทวนสถานะ เพื่อรับโอกาสจากแรงส่งขาขึ้น
การเคลื่อนไหวนี้มีแรงหนุนจากแนวโน้มหลายปีที่ธนาคารกลางเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง สภาทองคำโลกยืนยันว่าในปี 2023 ธนาคารกลางซื้อรวม 1,037 ตัน ใกล้ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ต่อจากปี 2022 ที่ทำสถิติสูงสุด ความต้องการสม่ำเสมอนี้ช่วยสร้าง “แนวรับ” ของราคา ทำให้ความเสี่ยงด้านขาลงของการถือครองฝั่งซื้อจำกัดลง
ปัจจัยมหภาคและบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยของทองคำ
ควรจับตาความเสี่ยงที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนทางกับทองคำ ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) ยังทรงตัวได้ แต่หากเศรษฐกิจชะลอชัดเจน อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ลดอัตราดอกเบี้ย ดอลลาร์ที่อ่อนค่ามักเป็นบวกต่อทองคำในเชิงสถิติ ทำให้ “ออปชันซื้อ” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) เป็นทางเลือกเพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้น
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก ทองคำยังเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven asset: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง) ใช้ลดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความผันผวนของระบบการเงิน การถือครองบางส่วนผ่านอนุพันธ์อาจช่วย “ประกันพอร์ต” (portfolio insurance: ลดความเสียหายของพอร์ตเมื่อราคาผันผวนรุนแรง) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า