ราคาทองคำในอินเดียขยับขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 14,075.33 รูปีต่อกรัม เพิ่มจาก 13,914.25 รูปีในวันศุกร์ ขณะที่ราคาต่อโทลา (หน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในเอเชียใต้) เพิ่มเป็น 164,171.90 รูปี จาก 162,293.10 รูปี FXStreet ยังประเมินราคาที่ 140,754.20 รูปีต่อ 10 กรัม และ 437,791.70 รูปีต่อทรอยออนซ์ (หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า 1 ทรอยออนซ์ราว 31.1035 กรัม) ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากการแปลงราคาทองคำโลกผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/INR (ดอลลาร์สหรัฐ/รูปีอินเดีย) เป็นหน่วยท้องถิ่น และอัปเดตทุกวัน ณ เวลาเผยแพร่ ทั้งนี้เป็นราคาประเมิน โดยราคาจริงในพื้นที่อาจแตกต่างกัน
ทองคำยังถูกมองทั้งเป็น “เครื่องรักษามูลค่า” และ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อความเสี่ยงในตลาดสูง) และนิยมใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่า ธนาคารกลางถูกระบุว่าเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด และสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดทองคำ) รายงานว่าในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ เป็นสถิติซื้อสุทธิต่อปีสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ความสัมพันธ์ในตลาดที่มักอ้างถึง ได้แก่ ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) และอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย รวมถึงการเคลื่อนไหวของ XAU/USD (สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์)
Inflation, Geopolitics, and Safe-Haven Flows
การปรับขึ้นของราคาทองคำล่าสุดสะท้อนความกังวลในตลาดวงกว้าง โดยข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดสำหรับเดือนเมษายน 2026 เพิ่มขึ้นเหนือคาดสู่ 3.1% ทำให้บทบาทของทองคำในฐานะ “เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ” (การถือสินทรัพย์เพื่อลดผลกระทบจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น) มีความสำคัญมากขึ้นต่อการปกป้องพอร์ตลงทุน แรงกดดันเงินเฟ้อนี้บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นของทองคำมีปัจจัยพื้นฐานหนุน
ทองคำยังได้แรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยการลาดตระเวนทางเรือที่เข้มข้นขึ้นในทะเลจีนใต้ตลอดเดือนที่ผ่านมาเพิ่มความไม่แน่นอน ซึ่งมักดึงเงินทุนไปสู่สินทรัพย์ที่จับต้องได้ ในอดีตทองคำมักปรับขึ้นในสภาพแวดล้อมลักษณะนี้ คล้ายช่วงที่เกิดความไม่มั่นคงระหว่างประเทศในอดีต
Central Bank Demand and Outlook for the Dollar
แรงซื้อจากธนาคารกลางยังช่วยสร้าง “ฐานราคา” ให้ทองคำ โดยข้อมูลใหม่จากสภาทองคำโลกชี้ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มทองคำในทุนสำรองรวม 290 ตันในไตรมาส 1/2026 นับเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 การซื้ออย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ สะท้อนแนวโน้ม “ลดการพึ่งพาดอลลาร์” (de-dollarization: กระจายทุนสำรอง/การค้าจากดอลลาร์ไปสกุลอื่นและทองคำ) ที่คาดว่าจะเดินหน้าต่อ
เนื่องจากทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ ตลาดจึงจับตาสัญญาณ “ผ่อนคลาย” จากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งหมายถึงท่าทีที่อาจนำไปสู่ดอกเบี้ยลดลง หากรายงานการจ้างงานสหรัฐเดือนพฤษภาคม 2026 อ่อนแอกว่าคาด อาจเพิ่มแรงกดดันให้ Fed พิจารณาลดดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งมักทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าและหนุนราคาทองคำต่อไป