นิกเคอิฟื้นตัว หลังเอ็นวิเดียหนุนหุ้นเทคโนโลยี

by VT Markets
/
May 22, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • Nikkei225 ซื้อขายที่ 63,233.70 เพิ่มขึ้น 1,161.06 หรือ 1.87% หลังทำจุดสูงสุดระหว่างวัน (session high: ราคาสูงสุดในช่วงเวลาซื้อขายของวัน) ที่ 63,446.70
  • Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 2.8% เกือบทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 2.3%
  • ดัชนี MSCI (ดัชนีวัดภาพรวมตลาดหุ้น) ที่กว้างที่สุดของหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกนอกญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐ (สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนคาดการณ์ตลาด) เพิ่มขึ้น 0.36% และฟิวเจอร์สยุโรปเพิ่มขึ้น 1%
  • น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent: ราคามาตรฐานน้ำมันดิบของตลาดโลก) เพิ่มขึ้น 1.9% เป็น $104.56 ต่อบาร์เรล แต่ยังมีแนวโน้มลดลง 6% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ WTI (West Texas Intermediate: ราคามาตรฐานน้ำมันดิบสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 1.35% เป็น $97.64

หุ้นเอเชียปรับขึ้นในวันศุกร์ หลังตลาดได้แรงหนุนจากผลประกอบการของ NVIDIA และความหวังแบบระมัดระวังว่าการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านอาจคืบหน้า Nikkei นำตลาดในภูมิภาค เพิ่มขึ้น 2.8% เข้าใกล้จุดสูงสุดใหม่ ขณะที่หุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 2.3% ส่วนดัชนี MSCI ของหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกนอกญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 0.8% และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์บวกเล็กน้อย

บนกราฟ Nikkei225 ซื้อขายที่ 63,233.70 เพิ่มขึ้น 1,161.06 หรือ 1.87% ณ เวลา 05/22 08:59:50 GMT+3 (GMT+3: โซนเวลาเร็วกว่า GMT 3 ชั่วโมง) จุดสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 63,446.70 จุดต่ำสุด (low: ราคาต่ำสุดของวัน) ที่ 62,033.20 ราคาเปิด (open: ราคาแรกของวัน) ที่ 62,033.20 และราคาปิด (close: ราคาสุดท้ายของวันก่อนหน้า) ที่ 62,072.64

การขยับขึ้นครั้งนี้เป็นการกลับทิศจากการย่อตัวก่อนหน้าในหุ้นเทคโนโลยี (pullback: ปรับลงชั่วคราวหลังขึ้นแรง) นักเทรดลดความเสี่ยงก่อนรู้ผล NVIDIA แต่ผลประกอบการของผู้ผลิตชิป (chipmaker: บริษัทที่ผลิตชิปคอมพิวเตอร์) ช่วยให้ความเชื่อมั่นเรื่อง AI (AI: ปัญญาประดิษฐ์) กลับมา ฟิวเจอร์สสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.36% และฟิวเจอร์สยุโรปเพิ่มขึ้น 1% สะท้อนภาพเปิดตลาดโลกที่แข็งแรงขึ้น

ผลประกอบการ NVIDIA ช่วยให้ความเชื่อมั่นในหุ้นเทคกลับมา

ผลประกอบการของ NVIDIA ช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดที่เกี่ยวข้องกับ AI ผลประกอบการของบริษัทช่วยต่อยอดจากผลประกอบการที่ดีของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และทำให้นักเทรดกลับไปสนใจหุ้นชิป หุ้นอุปกรณ์ผลิตชิป/เครื่องจักรผลิตชิป (semiconductor equipment: เครื่องและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) และหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI infrastructure: ศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย และระบบที่รองรับ AI)

เรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อ Nikkei ของญี่ปุ่น เพราะดัชนีมีสัดส่วนหุ้นเติบโต (growth: หุ้นที่คาดว่าจะโตเร็ว) และหุ้นเทคสูง เมื่อกระแสลงทุน AI แข็งแรง หุ้นญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ผลิตชิป อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ (automation: เครื่องจักร/ซอฟต์แวร์ทำงานแทนคน) และห่วงโซ่อุปทานศูนย์ข้อมูล (data-centre supply chain: ผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบไฟฟ้า ระบายความร้อน และบริการที่เกี่ยวข้อง) มักได้แรงหนุน

บททดสอบถัดไปคือแรงซื้อจะต่อเนื่องหรือไม่ การเด้งขึ้นหนึ่งวันช่วยฟื้นบรรยากาศได้ แต่การขึ้นต่อเนื่องต้องอาศัยความเชื่อว่าการใช้จ่ายด้าน AI จะชดเชยอัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นและต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้นได้ ตอนนี้ NVIDIA ช่วยพยุงส่วนสำคัญของเรื่องราวตลาดหุ้นไว้

เจรจาอิหร่านทำให้ตลาดจับตาน้ำมันและดอกเบี้ย

การปรับขึ้นยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ Marco Rubio กล่าวว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเกือบ 3 เดือนมีสัญญาณที่ดีบ้าง แต่ยังเห็นต่างกันเรื่องสต็อกยูเรเนียมของเตหะราน และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ (macro risk: ความเสี่ยงระดับเศรษฐกิจภาพใหญ่) การเกือบปิดเส้นทางนี้ดันราคาน้ำมันขึ้น และทำให้ตลาดคาดการณ์ดอกเบี้ยโลกเปลี่ยนไป เพราะพลังงานที่สะดุดส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น (inflation: ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น) เบรนท์เพิ่มขึ้น 1.9% เป็น $104.56 ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ แต่ยังมีแนวโน้มลดลง 6% ในสัปดาห์นี้ ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 1.35% เป็น $97.64

ความผันผวน (volatility: ราคาขึ้นลงแรง) นี้ทำให้นักเทรดหุ้นระวังมากขึ้น หากมีความคืบหน้าด้านสันติภาพ อาจทำให้น้ำมันลดลง ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และหนุนหุ้นได้ แต่ถ้าการเจรจาล้มเหลว น้ำมันอาจพุ่งอีกและกระทบการรับความเสี่ยง (risk appetite: ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง) โดยเฉพาะตลาดที่ต้องนำเข้าพลังงานอย่างญี่ปุ่น

เงินเฟ้อญี่ปุ่นทำให้เส้นทาง BOJ ซับซ้อนขึ้น

เงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่น (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดของผันผวนบางอย่างออกเพื่อดูแนวโน้มจริง) ชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีในเดือนเมษายน ทำให้ทิศทางถัดไปของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ: Bank of Japan) ไม่ชัดเจน Core CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัวชี้วัดราคาสินค้า/บริการ) เพิ่มขึ้น 1.4% เทียบรายปี ลดลงจาก 1.8% ในมีนาคม และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 1.7% เงินช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าเล่าเรียนที่ลดลง 10.6% ช่วยกดเงินเฟ้อลง

อย่างไรก็ดี แนวโน้มจริงยังไม่ได้อ่อนลงทั้งหมด ตัวชี้วัดที่ BOJ ติดตามซึ่งไม่รวมอาหารสดและเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 1.9% ในเมษายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าค่าพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งตะวันออกกลางอาจดันเงินเฟ้อกลับขึ้น ผู้ว่าการ BOJ คาสึโอะ อุเอดะ คาดว่าจะกล่าวสุนทรพจน์วันที่ 3 มิถุนายน ก่อนการประชุมนโยบายวันที่ 15–16 มิถุนายน

ทำให้ BOJ มีพื้นที่ตัดสินใจไม่มาก GDP ไตรมาส 1 ที่ออกมาดีกว่าคาด และการส่งออกเดือนเมษายนที่ยังดี สนับสนุนเหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ย (hike: ปรับขึ้น) แต่ core inflation ที่ลดลงทำให้ผู้กำหนดนโยบายรอได้ ราคาน้ำมัน ค่าเงินเยน และข้อมูลค่าจ้าง จะเป็นตัวกำหนดแรงกดดันก่อนการประชุมเดือนมิถุนายน

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

Nikkei 225 เด้งกลับแรงมาที่ราว 63,234 ฟื้นตัวเกือบหมดจากการย่อตัวสัปดาห์ก่อน และกลับเข้าใกล้ยอดล่าสุดแถว 63,817 ความเร็วของการเด้งขึ้นบ่งชี้ว่าฝั่งซื้อยังคุมแนวโน้มขาขึ้น (uptrend: แนวโน้มขึ้นต่อเนื่อง) และการซื้อเมื่อราคาย่อลง (dip-buying: ซื้อเวลาราคาลง) ยังแข็งแรงในหุ้นญี่ปุ่น

ในเชิงเทคนิค โครงสร้างขาขึ้น (bullish structure: รูปแบบราคาที่เอื้อต่อการขึ้น) กลับมาชัดอีกครั้ง:

  • MA5: 61,709 (MA/Moving Average: เส้นค่าเฉลี่ยราคา)
  • MA10: 62,214
  • MA20: 61,347

ราคาซื้อขายอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลักทั้งสามเส้น และเส้นระยะสั้นยังชี้ขึ้น การเรียงตัวแบบนี้สะท้อนแรงส่งของแนวโน้ม (momentum: แรงการเคลื่อนไหวของราคา) มากกว่าการเด้งกลับเข้าหาค่าเฉลี่ย (mean reversion: ราคามักกลับไปใกล้ค่าเฉลี่ย)

แท่งเทียนล่าสุด (candle: แท่งเทียนในกราฟราคา) ยังสื่อความหมายสำคัญ ฝั่งซื้อป้องกันโซนปรับฐานเดิม (correction zone: ช่วงที่ราคาปรับลงเพื่อพักตัว) ใกล้ 60,900–61,300 ได้ แล้วดันดัชนีขึ้นแรงพร้อมแรงซื้อขาขึ้นที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าการขายก่อนหน้านี้เป็นการพักตัว มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มของการกลับทิศใหญ่

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

  • แนวต้านใกล้: 63,800 (resistance: ระดับที่ราคามักขึ้นต่อได้ยาก)
  • แนวต้านหลัก: 64,900 → 65,000
  • แนวรับ: 62,200 → 61,300 (support: ระดับที่ราคามักลงต่อได้ยาก)
  • แนวรับหลัก: 60,900 → 58,400

จุดสูง 63,817 ยังเป็นระดับทะลุสำคัญ (breakout level: ระดับที่ถ้าผ่านได้มักไปต่อ) หากปิดรายวัน (daily close: ราคาปิดของวัน) เหนือโซนนี้อย่างชัดเจน อาจเปิดทางไปสู่ระดับจิตวิทยา (psychological level: ตัวเลขกลมที่คนจับตา) แถว 65,000 โดยเฉพาะถ้าบรรยากาศรับความเสี่ยงทั่วโลกยังดี

ด้านปัจจัยพื้นฐาน (fundamental: ปัจจัยเศรษฐกิจ/ธุรกิจจริง) Nikkei ยังได้แรงหนุนจากตัวขับเคลื่อนระดับมหภาค (macro drivers: ปัจจัยภาพใหญ่) หลายด้าน:

  • เงินเยนอ่อนต่อเนื่อง ช่วยผู้ส่งออก
  • ความต้องการ AI และชิประดับโลกที่สูง
  • เงินทุนจากสถาบันต่างชาติ (institutional inflows: เงินลงทุนจากกองทุน/สถาบัน) ไหลเข้าหุ้นญี่ปุ่น
  • ธรรมาภิบาลบริษัทดีขึ้น (corporate governance: การบริหารและการกำกับดูแลบริษัท) และคาดหวังผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น (shareholder return: เงินปันผล/ซื้อหุ้นคืน)

การฟื้นตัวของหุ้นที่เกี่ยวกับชิปช่วยหนุนดัชนีอย่างมาก หุ้นเทคและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นยังเชื่อมกับวัฏจักรโครงสร้างพื้นฐาน AI ผ่านการเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรผลิตชิปและห่วงโซ่อุปทาน

ในมุมแรงส่งราคา ตอนนี้ Nikkei ดูเหมือนเข้าสู่ช่วงพยายามทะลุแนวต้านอีกรอบ มากกว่าจะเป็นช่วงแรงซื้อหมด (exhaustion: แรงซื้อเริ่มอ่อน) ดัชนีทำจุดต่ำยกสูงขึ้นต่อเนื่อง (higher lows: ต่ำสุดแต่ละรอบสูงขึ้น) ตั้งแต่ต้นเมษายน และทดสอบแนวต้านด้านบนซ้ำหลายครั้ง

คาดการณ์แบบระมัดระวัง

Nikkei225 ยังมีมุมมองขาขึ้นระยะสั้น ตราบใดที่ยังยืนเหนือ 62,214.39 และ 61,709.37 หากทะลุ 63,817.47 ได้ จะหนุนโอกาสไปที่ 64,942.66 โดยเฉพาะหากแรงหนุน AI จาก Nvidia ยังต่อเนื่อง และการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านช่วยลดความผันผวนน้ำมัน

คำถามจากนักเทรด

ทำไม Nikkei 225 วันนี้ถึงขึ้น?

Nikkei 225 ปรับขึ้นเพราะผลประกอบการ Nvidia ทำให้ตลาดกลับมาเชื่อมั่นในหุ้น AI และหุ้นชิป Nikkei225 ซื้อขายที่ 63,233.70 เพิ่มขึ้น 1,161.06 หรือ 1.87% หลังทำจุดสูงสุดระหว่างวัน 63,446.70

ตอนนี้ราคา Nikkei225 อยู่ที่เท่าไร?

Nikkei225 ซื้อขายที่ 63,233.70 จุดสูงสุดระหว่างวัน 63,446.70 จุดต่ำสุด 62,033.20 ราคาเปิด 62,033.20 และราคาปิด 62,072.64

ทำไมหุ้นเอเชียถึงกำลังขึ้น?

หุ้นเอเชียปรับขึ้นเพราะนักเทรดตอบรับผลประกอบการ AI ที่ดีขึ้น บรรยากาศหุ้นเทคที่ดีขึ้น และความหวังว่าการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านจะคืบหน้า ดัชนี MSCI ของหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกนอกญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่หุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 2.3%

ผลประกอบการ Nvidia ส่งผลต่อ Nikkei อย่างไร?

ผลประกอบการ Nvidia ช่วยหนุน Nikkei เพราะทำให้มุมมองต่อหุ้น AI หุ้นชิป และหุ้นในห่วงโซ่อุปทานศูนย์ข้อมูลดีขึ้น

ตลาดญี่ปุ่นมีสัดส่วนหุ้นอุปกรณ์ผลิตชิป อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และหุ้นเทคสูง ผล Nvidia ที่แข็งแรงจึงทำให้แรงซื้อกลับมา

ทำไม Nikkei ถึงใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์?

Nikkei ใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพราะความคาดหวังเรื่อง AI ผลประกอบการหุ้นเทคที่แข็งแรง และการรับความเสี่ยงที่ดีขึ้น ทำให้นักเทรดกลับมาซื้อหุ้นญี่ปุ่น Nikkei เพิ่มขึ้น 2.8% จึงเกือบทำจุดสูงสุดใหม่


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code