This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ยูโรและปอนด์อ่อนค่า หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและราคาพลังงานพุ่ง ถ่างช่องว่างอัตราดอกเบี้ยข้ามแอตแลนติก

by VT Markets
/
May 21, 2026

เงินยูโรและเงินปอนด์อ่อนค่าลงราว 0.9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. การเคลื่อนไหวดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการขยับของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yields: อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรได้รับ)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields: ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) ปรับขึ้นเร็วกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซน ขณะเดียวกัน ตลาดประเมินแนวโน้มธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางยุโรป) ค่อนข้างทรงตัว ทำให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Yield gap/spread: ช่องว่างผลตอบแทนระหว่างสองสินทรัพย์) กว้างขึ้น และกดดันยูโรระยะสั้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

Shifting Monetary Policy Expectations

มุมมองของตลาดต่อ “นโยบายการเงิน” สหรัฐ (Monetary policy: การกำหนดดอกเบี้ยและสภาพคล่องของธนาคารกลาง) ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ตลาดไม่คาดว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หรือปีหน้าอีกต่อไป และราคาที่สะท้อนในตลาดบ่งชี้โอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” ราว 18 เบซิสพอยต์ (Basis points: 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%)

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังส่งผลต่อตลาดพลังงาน และต่อเนื่องไปถึงตลาดพันธบัตรกับแนวโน้มนโยบายการเงิน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทั้งยูโรและปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงล่าสุด

ปัจจุบัน ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนยังเป็นประเด็นหลัก แม้บริบทเริ่มเปลี่ยน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ราว 4.6% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี (Bund: พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) ใกล้ 2.7% ทำให้ดอลลาร์ยังน่าดึงดูด อย่างไรก็ตาม เมื่อ EUR/USD (คู่เงินยูโร/ดอลลาร์) ซื้อขายใกล้ 1.07 เริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงหนุนดอลลาร์ที่เร่งตัวในปีก่อนอาจชะลอลง

Trading Implications For Eurusd

ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดทำให้ภาพนี้น่าติดตามในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า แม้ดัชนี CPI ของสหรัฐ (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค) ชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.1% แต่อัตราเงินเฟ้อ HICP ของยูโรโซน (HICP: ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบมาตรฐานของยุโรป) ยังทรงตัวสูงที่ 2.8% ทำให้เจ้าหน้าที่ ECB บางรายส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น (Hawkish: มีแนวโน้มสนับสนุนดอกเบี้ยสูง/คุมเงินเฟ้อ) ซึ่งต่างจากท่าทีที่ผ่อนคลายในปีก่อน และอาจทำให้ความต่างของนโยบายระหว่างสองฝั่งแคบลง

สำหรับผู้ที่เทรดออปชัน (Options: สัญญาสิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) อาจพิจารณาซื้อออปชัน “คอล” ของ EUR/USD (Call option: สิทธิซื้อ เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) ที่ราคาใช้สิทธิราวระดับ 1.09 สำหรับไตรมาสถัดไป หากตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่า ECB จะเข้มงวดมากกว่าเฟด กลยุทธ์นี้เป็นทางเลือกที่ใช้เงินน้อยแต่หวังกำไรมาก (Leveraged: ใช้เงินลงทุนไม่มากเมื่อเทียบกับมูลค่าที่อ้างอิง) จากการฟื้นตัวของยูโร ความผันผวนโดยนัย (Implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ยังอยู่ระดับปานกลาง ทำให้ต้นทุนการเข้ากลยุทธ์ไม่สูงนัก

นอกจากนี้ ยังจับตาโอกาสในฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย (Rate futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย/พันธบัตร) เพื่อเล่นส่วนต่างอัตราผลตอบแทนโดยตรง กลยุทธ์ “ซื้อ” ฟิวเจอร์ส Bund เยอรมนี (Long: คาดว่าราคาจะขึ้น) และ “ขาย” ฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (US 10-Year T-Note futures: ฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี; Short: คาดว่าราคาจะลง) จะได้ประโยชน์หากอัตราผลตอบแทนยูโรโซนลดลงช้ากว่า หรือปรับขึ้นเร็วกว่า ฝั่งสหรัฐ (หมายเหตุ: ราคาพันธบัตรกับอัตราผลตอบแทนเคลื่อนไหวสวนทางกัน) แนวคิดคือเล่นธีม “ช่องว่างนโยบาย” ระหว่างสองธนาคารกลางที่แคบลง

Create your live VT Markets account and start trading now.

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code