ทองคำ (XAU/USD) แทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพฤหัสบดี โดยอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในกรอบรายสัปดาห์ แรงซื้อยังถูกจำกัดต่ำกว่าระดับ 4,580 ดอลลาร์ ขณะที่แรงขายยังไม่มากเมื่อราคายืนเหนือ 4,455 ดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) อ่อนลงในวันพุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่าการเจรจากับอิหร่านใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้าย เขายังกล่าวว่าทางเลือกทางทหารยังเป็นไปได้ แต่ตลาดตอบสนองไม่รุนแรง และบรรยากาศการรับความเสี่ยง (risk mood: ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ดีขึ้น
Market Drivers And Fed Outlook
คำกล่าวดังกล่าวช่วยหักล้างเนื้อหา “รายงานการประชุมเฟด” (Fed minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ) ที่ยังเปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยไว้ นักเทรดยังระมัดระวัง หลังข่าวเปลี่ยนทิศทางบ่อย
ตัวเลข S&P Global PMI เบื้องต้นของสหรัฐที่จะประกาศวันพฤหัสบดี (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดแนวโน้มกิจกรรมเศรษฐกิจ) คาดสะท้อนว่ากิจกรรมเศรษฐกิจยังดีในเดือนพฤษภาคม แม้มีสงครามอิหร่าน ภาคการผลิตอาจชะลอเล็กน้อย และข้อมูลอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์
XAU/USD เคลื่อนไหวใกล้ 4,532 ดอลลาร์ โดยสัญญาณโมเมนตัม (momentum: แรงส่งของราคา) ผสมกัน RSI (RSI: ดัชนีวัดแรงซื้อขาย) อยู่ต่ำกว่าเส้นกึ่งกลางเล็กน้อย ขณะที่ MACD (MACD: เครื่องมือดูแนวโน้ม/แรงส่งจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) กลับมาเป็นบวก
แนวต้านอยู่ที่ 4,580 ดอลลาร์ จากนั้น 4,650 ดอลลาร์ และจุดสูงสุดเดือนพฤษภาคมใกล้ 4,770 ดอลลาร์ แนวรับอยู่ที่ 4,455 ดอลลาร์ หากหลุดอาจชี้ไปที่ 4,350 ดอลลาร์
Technical Levels And Strategy Considerations
ส่วนเทคนิคจัดทำโดยมีเครื่องมือ AI ช่วย
มองย้อนกลับไปเดือนพฤษภาคม 2025 ตลาดเผชิญสัญญาณขัดแย้งระหว่างโอกาสสันติภาพกับอิหร่าน และเฟดที่มีท่าทีคุมเงินเฟ้อเข้ม (hawkish: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) ต่อมาภาพรวมเปลี่ยนไปมาก เพราะเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจนถึงปลายปีที่แล้ว ซึ่งกดเพดานราคาทอง แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง
สภาพแวดล้อมปัจจุบันถูกกำหนดโดยเงินเฟ้อที่ลดลงยาก และเศรษฐกิจที่ชะลอ ทำให้ภาพรวมซับซ้อน ดัชนี CPI ล่าสุดอยู่ที่ 3.4% และยัง “เหนียว” (sticky inflation: เงินเฟ้อลดลงช้า) ทำให้เฟดมีเหตุผลคงนโยบายดอกเบี้ยสูงนาน (higher for longer: รักษาดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน) ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลอย่างทองคำ (non-yielding asset: ไม่ให้ดอกเบี้ย/เงินปันผล)
อย่างไรก็ดี GDP ไตรมาสแรกโตเพียง 1.6% ต่ำกว่าคาด สะท้อนว่าผลของดอกเบี้ยสูงเริ่มกระทบเศรษฐกิจ ภาวะชะลอนี้บ่งชี้ว่า “การขยับครั้งถัดไปของเฟด” อาจเป็นการลดดอกเบี้ยในที่สุด ซึ่งหนุนราคาทองในระยะยาว แรงดึงระหว่างเงินเฟ้อสูงกับการเติบโตที่ชะลอ ทำให้ทองแกว่งอยู่ในกรอบ
ท่ามกลางความไม่แน่นอน นักลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาซื้อขายสิทธิ ไม่ใช่ข้อผูกมัด) ที่ได้ประโยชน์ทั้งกรณีราคาทะลุกรอบแรง หรือกรณีแกว่งในกรอบต่อไป การซื้อคอลออปชันอายุยาว (long-dated call options: สิทธิซื้อในอนาคตที่มีอายุสัญญานาน) ช่วยวางตำแหน่งรับการเปลี่ยนนโยบายเฟดไปสู่การลดดอกเบี้ย (Fed pivot: การเปลี่ยนท่าทีนโยบาย) โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงที่ต้องเดาทิศทางระยะสั้นมาก ขณะเดียวกัน การขายความผันผวน (selling volatility: ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งน้อย) ด้วยกลยุทธ์อย่างไอรอนคอนดอร์ (iron condor: กลยุทธ์ออปชันที่กำไรเมื่อราคาอยู่ในกรอบ) ก็อาจเหมาะ หากทองยังติดอยู่ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจที่สวนทางกัน
ระดับเทคนิคสำคัญจากปีก่อนยังใช้ได้ดี โดยทองยังฝ่าแนวต้าน 4,580 ดอลลาร์ได้ยาก หากทะลุระดับนี้อย่างชัดเจน อาจสะท้อนว่าตลาดเริ่ม “รับรู้” โอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้น หากไม่ผ่าน ก็มีแนวโน้มแกว่งออกข้างต่อไป สอดคล้องกับมุมมองว่าท่าทีปัจจุบันของเฟดยังกดราคาทองไว้