USD/JPY ยังเคลื่อนไหวเงียบเป็นวันที่สอง โดยซื้อขายแถว 158.90 ในช่วงเช้าต้นตลาดยุโรปวันพฤหัสบดี คู่เงินยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (Exponential Moving Average: EMA คือเส้นค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า เพื่อดูแนวโน้มระยะสั้น) ทั้งระยะ 9 วันและ 50 วัน
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ 14 วัน (Relative Strength Index: RSI เป็นตัวชี้วัดโมเมนตัม/แรงซื้อขายในช่วง 0–100 ใช้ดูภาวะร้อนแรงหรืออ่อนแรงของราคา) อยู่ที่ 54.5 สะท้อนภาวะ “กลางถึงบวก” หมายถึงแรงขาขึ้นยังพอมี แต่ราคากำลังพักฐานต่ำกว่าจุดสูงก่อนหน้า
โซนเทคนิคที่เป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญ
การเคลื่อนไหวของราคาอยู่ต่ำกว่าขอบบนของ “กรอบขาลง” (descending channel คือกรอบเส้นแนวโน้มที่ลาดลง โดยราคาแกว่งอยู่ระหว่างขอบบน/ขอบล่าง) เล็กน้อย ทำให้บริเวณนี้เป็นโซนชี้ชะตา หากทะลุกรอบขึ้นไปและยืนได้ จะเป็นสัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น แต่หากถูกขายกดกลับ อาจเข้าสู่การแกว่งออกข้าง
หากทะลุขึ้นได้ เป้าหมายถัดไปคือจุดสูงสุดรอบ 22 เดือนที่ 160.73 (ทำไว้ 30 เม.ย.) แนวถัดไปคือจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 162.00 (ก.ค. 2024)
ด้านล่าง แนวรับแรกอยู่ที่ EMA 9 วันที่ 158.51 จากนั้นเป็น EMA 50 วันที่ 158.23 หากหลุดทั้งสองระดับ อาจถอยลงไปหา “จุดต่ำสุดเกือบ 3 เดือน” ที่ 155.04 (6 พ.ค.) และแนวฐานของกรอบที่ราว 153.80
ข้อพิจารณาการวางสถานะในตราสารอนุพันธ์
หากคาดว่าจะ “เบรกขึ้น” กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อออปชันประเภทคอล (call options คือสิทธิในการซื้อที่ราคาที่กำหนด) โดยเลือก “ราคาใช้สิทธิ” (strike คือราคาที่ผู้ถือสิทธิสามารถซื้อ/ขายได้) แถว 160.00 หรือ 161.00 และเลือกวันหมดอายุ มิ.ย. หรือ ก.ค. 2026 มุมมองนี้สอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐ (Core CPI คือเงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) เดือน เม.ย. 2026 ที่ยังสูง 2.9% ทำให้ตลาดลดการคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย ภาพดังกล่าวหนุนดอลลาร์และเพิ่มโอกาสรีบาวด์ขึ้น
อย่างไรก็ดี ต้องระวัง เพราะญี่ปุ่นมีประวัติ “แทรกแซงค่าเงิน” (intervention คือทางการเข้าซื้อ/ขายเงินตราเพื่อพยุงค่าเงิน) เพื่อหนุนเยน โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 เคยเกิดการร่วงแรงเมื่อกระทรวงการคลังเข้าดำเนินการหลังราคาทะลุ 160 ดังนั้นการถือสถานะฝั่งซื้อควรคุมความเสี่ยง เพราะยังมีโอกาสกลับตัวแรงแบบฉับพลัน
เมื่อทิศทางยังไม่ชัด กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จาก “ความผันผวนเพิ่มขึ้น” น่าสนใจ เช่น ความผันผวนโดยนัย 1 เดือน (implied volatility คือความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของ USD/JPY ขยับขึ้นเป็น 9.5% จากราว 8.0% เดือนก่อน บ่งชี้ว่าตลาดกำลัง “ตั้งราคา” ว่าจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่กว่าปกติ จึงอาจพิจารณา long straddle (ซื้อคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน) หรือ long strangle (ซื้อคอลและพุทต่างราคาใช้สิทธิ) เพื่อเล่นการหลุดกรอบโดยไม่ต้องฟันทิศทางล่วงหน้า
อีกด้าน หากไม่ผ่านแนวต้าน โอกาสถอยกลับไปหา EMA 50 วันที่ 158.23 มีสูง ผู้ที่คาดว่าจะถูกปฏิเสธราคาอาจพิจารณาซื้อพุท (put options คือสิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด) หรือทำ bear call spread (ขายคอลราคาใช้สิทธิต่ำกว่า และซื้อคอลราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน/จำกัดความเสี่ยง) เพื่อได้ประโยชน์จากการแกว่งลงหรืออ่อนตัว หากหลุดเส้นค่าเฉลี่ยนี้อย่างชัดเจน อาจเร่งการลงไปแถว 155.00 ที่เคยเห็นเมื่อต้นเดือน