การลงทุนของต่างชาติในหุ้นญี่ปุ่นลดลงในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 พฤษภาคม โดยลดจาก 1,437.5 พันล้านเยน เหลือ 949.6 พันล้านเยน
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่าลดลง 487.9 พันล้านเยนจากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งหมายถึงแรง “ซื้อสุทธิ” (ยอดซื้อหักยอดขาย) ของนักลงทุนต่างชาติอ่อนตัวลงในช่วงดังกล่าว
ต่างชาติชะลอการซื้อ
แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติชะลอลงอย่างชัดเจน โดยกระแสเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ในหุ้นญี่ปุ่นลดลงเกือบ 500 พันล้านเยน ถือเป็นสัญญาณเตือนหลังช่วงที่มีแรงซื้อแข็งแกร่ง และอาจบ่งชี้ว่ามุมมองของตลาดกำลังเปลี่ยนไป ต้องประเมินว่าการลดลงครั้งนี้เป็นเพียง “ขายทำกำไร” (ขายเพื่อรับกำไรที่ได้) หรือเป็นจุดเริ่มของการลดการลงทุนต่อเนื่อง
จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับดัชนีนิกเคอิ 225 (Nikkei 225: ดัชนีหุ้นหลักของญี่ปุ่น) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 40,000 จุด ซึ่งเป็น “แนวต้านทางจิตวิทยา” (ระดับตัวเลขกลม ๆ ที่มักทำให้นักลงทุนลังเลและขายทำกำไร) นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังส่งสัญญาณไม่ชัดเจนเกี่ยวกับ “นโยบายการเงิน” (การกำหนดดอกเบี้ยและมาตรการดูแลสภาพคล่อง) ทำให้เกิดความไม่แน่นอนและกดดันเงินทุนต่างชาติ โดยเคยพบรูปแบบเงินไหลออกใกล้เคียงกันในช่วงปลายปี 2024 ก่อนตลาดปรับฐานราว 5% (การปรับฐาน: การลดลงช่วงสั้นหลังขึ้นแรง) ซึ่งเป็นข้อมูลในอดีตที่ควรติดตาม
กระแสเงินทุนที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อ “ความผันผวนของตลาด” (ความแกว่งของราคา) ทำให้กลยุทธ์ที่เกี่ยวกับ “ออปชัน” (ตราสารอนุพันธ์ที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต แต่ไม่บังคับ) มีความสำคัญมากขึ้น ดัชนีความผันผวนของนิกเคอิ (Nikkei Volatility Index: ตัวชี้วัดความคาดหวังความผันผวน) ปัจจุบันอยู่ที่ 17.2 ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ อาจยังไม่สะท้อนความเสี่ยงนี้เพียงพอ ทำให้การซื้อ “พุตออปชัน” (Put option: สิทธิในการขาย เพื่อป้องกันราคาลง) บน Nikkei 225 อาจเป็นวิธี “เฮดจ์” (ป้องกันความเสี่ยง) ต้นทุนไม่สูงต่อความเสี่ยงขาลง โดยดัชนีความผันผวนมีโอกาสปรับขึ้น หากข้อมูลสัปดาห์ถัดไปยืนยันแนวโน้มการขายของต่างชาติ
กลยุทธ์ออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ท่ามกลางความไม่แน่นอน ผู้ลงทุนที่ถือสถานะ “ฝั่งซื้อ” (Long position: ถือเพื่อหวังราคาขึ้น) ควรพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง การซื้อพุตออปชันแบบ “นอกเงิน” (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิยังไม่ถึงระดับที่ทำกำไรได้ในตอนนี้ มักถูกกว่า) บนดัชนีสำคัญ เช่น Topix (ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นแบบกว้าง) หรือ Nikkei 225 สามารถช่วยลดความเสียหายหากตลาดปรับลงแรง ส่วนผู้ที่ต้องการเก็งกำไรจากขาลง การทำ “สเปรดพุตขาลง” (bear put spread: ซื้อพุตและขายพุตอีกระดับราคา เพื่อจำกัดความเสี่ยงและต้นทุน) เป็นทางเลือกที่กำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจนสำหรับการมองลงในช่วง 1 เดือนข้างหน้า