ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: แบบสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเพื่อชี้ทิศทางกิจกรรมทางธุรกิจ) ภาคการผลิตของออสเตรเลียจาก S&P Global อยู่ที่ 50.2 ในเดือนพฤษภาคม ลดลงจาก 51.3 ในงวดก่อนหน้า
ค่าที่สูงกว่า 50 บ่งชี้การขยายตัว ขณะที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้การหดตัว ที่ระดับ 50.2 ดัชนีแทบไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนภาวะภาคการผลิตทรงตัว
แรงส่งภาคการผลิตเริ่มอ่อนลง
ภาคการผลิตของออสเตรเลียเริ่มชะลอตัว โดย PMI ลดลงสู่ 50.2 จาก 51.3 แม้ยังอยู่เหนือ 50 แต่การชะลอนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงขยายตัวกำลังแผ่ว และอาจสะท้อนเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนลง นักลงทุนจึงควรระมัดระวังมากขึ้น
ข้อมูลนี้เพิ่มโอกาสที่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียจะอ่อนค่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA: ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ยของประเทศ) ส่งสัญญาณท่าทีระมัดระวังก่อนแล้ว และรายงานนี้ยิ่งลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต อาจพิจารณาซื้อออปชันขาย (Put option: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ในราคา/เวลาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรขาลง) บนคู่เงิน AUD/USD เพื่อรับมือความเสี่ยงไหลลงสู่ระดับ 0.6400 ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ (Support zone: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) ที่เคยทดสอบในไตรมาสก่อน
ด้านหุ้น การชะลอตัวนี้กระทบกลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุในดัชนี ASX 200 (ดัชนีหุ้นออสเตรเลีย 200 บริษัทใหญ่) โดยตรง ราคาสินแร่เหล็กอ่อนลงมาใกล้ 108 ดอลลาร์ต่อตัน จากระดับสูงช่วงต้นปี ทำให้บรรยากาศการลงทุนเปราะบางขึ้น การซื้อออปชันขายเพื่อคุ้มครอง (Protective puts: ซื้อ Put เพื่อกันความเสี่ยงพอร์ตจากการปรับลง) บนดัชนี XJO (สัญลักษณ์ดัชนี S&P/ASX 200) อาจเป็นวิธีลดความเสี่ยงหากตลาดย่อตัว
ภาพนี้ยังเปลี่ยนมุมมองอัตราดอกเบี้ย ทำให้โอกาส “ลดดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปีดูเป็นไปได้มากขึ้น เงินเฟ้อล่าสุดออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.4% ต่อปี ทำให้ RBA มีพื้นที่ปรับนโยบายมากขึ้น หากการเติบโตเริ่มอ่อนแรง สภาพแวดล้อมนี้ทำให้การถือสถานะซื้อ (Long position: คาดว่าราคาจะขึ้น) ในฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลีย (Bond futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อิงราคาพันธบัตร) น่าสนใจขึ้น