ราคาเงินขยับขึ้นเข้าใกล้ 76 ดอลลาร์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐผ่อนคลายและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนโลหะมีค่า

by VT Markets
/
May 20, 2026

ราคาเงินปรับขึ้นในวันพุธและซื้อขายใกล้ 76.00 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.11% ในวันเดียว หลังจากร่วงลงในวันก่อนหน้า การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields: อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) อ่อนตัวลง และแรงขายในตลาดพันธบัตรโดยรวมเริ่มชะลอ

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อ่อนตัวลงหลังแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล (non-yielding assets: สินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือกระแสเงินสด เช่น โลหะมีค่า) อย่างเงิน เมื่อผลตอบแทนลดลง “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (opportunity cost: ผลตอบแทนที่ต้องสละไปจากการไม่เลือกลงทุนทางอื่น) ในการถือครองโลหะมีค่าก็ลดลง

Drivers Behind The Rebound

ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ และหนุนมุมมองว่าเฟดอาจคงนโยบายการเงินตึงตัว (restrictive policy: การคุมเข้มนโยบาย เช่น คง/ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ) นานขึ้น ตลาดรอติดตามการเผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (Federal Open Market Committee: คณะกรรมการกำหนดดอกเบี้ยนโยบายของเฟด) ในช่วงปลายวัน เพื่อประเมินมุมมองผู้กำหนดนโยบายต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ

การเจรจาทางอ้อมระหว่างวอชิงตันและเตหะรานยังไม่คืบหน้า ขณะที่ถ้อยแถลงจากทั้งสองฝ่ายทำให้การรับรู้ความเสี่ยง (risk perceptions: มุมมองต่อความเสี่ยงในตลาด) ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven assets: สินทรัพย์ที่มักถูกซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง เช่น ทองคำ เงิน) เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาเงิน

ราคาเงินยังได้รับอิทธิพลจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย อุปทานจากเหมือง การรีไซเคิล และเงินทุนการลงทุน เช่น กองทุนอีทีเอฟ (exchange-traded funds: กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น) การใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างอิเล็กทรอนิกส์และโซลาร์ รวมถึงอุปสงค์ในสหรัฐ จีน และอินเดีย อาจทำให้ราคาแกว่งตัว และเงินมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ

How To Position For The Next Move

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคืออัตราส่วนทองต่อเงิน (gold-silver ratio: จำนวนออนซ์ของเงินที่เทียบเท่าทองคำ 1 ออนซ์) ซึ่งอยู่ใกล้ 51:1 ลดลงมากจากค่าเฉลี่ยในอดีตที่มักใกล้ 65:1 สะท้อนว่า “เงิน” แพงเมื่อเทียบกับ “ทองคำ” ในตอนนี้ ซึ่งต่างจากบางช่วงในอดีตที่เงินถูกมองว่าราคาต่ำกว่ามูลค่า อัตราส่วนที่ต่ำอาจจำกัดโอกาสปรับขึ้นแรง และอาจบ่งชี้ว่าทองคำดูคุ้มค่ากว่าในระยะนี้

ท่ามกลางบริบทของอุปสงค์อุตสาหกรรมที่แข็งแรง แต่อัตราส่วนทองต่อเงินอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ควรพิจารณากลยุทธ์ที่เปิดโอกาสทำกำไรขาขึ้นพร้อมคุมความเสี่ยง เช่น การซื้อคอลออปชันนอกเงิน (out-of-the-money call options: สัญญาออปชัน “สิทธิซื้อ” ที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน) บนสัญญาฟิวเจอร์สเงิน (silver futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงราคาเงิน) ซึ่งใช้เงินประกัน/ค่าเบี้ย (premium: ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ต่ำ เพื่อวางตำแหน่งรับการรีบาวด์ โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเงินต้นมาก หากราคายังแกว่งตัวสะสมกำลัง กลยุทธ์นี้ช่วยให้ได้ประโยชน์หากแรงหนุนมาจากผลตอบแทนพันธบัตรที่อ่อนลงและแรงซื้อจากภาคอุตสาหกรรม

อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มองว่าอัตราส่วนทองต่อเงินที่ตึงตัวเป็นสัญญาณสำคัญกว่า คือกลยุทธ์เทรดเป็นคู่ (pairs trade: ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งพร้อมกันเพื่อเล่นส่วนต่าง) โดยเปิดสถานะซื้อทองคำผ่านตราสารอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) และเปิดสถานะขายเงินผ่านตราสารอนุพันธ์มูลค่าเท่ากัน กลยุทธ์นี้คาดหวังว่าอัตราส่วนจะกลับเข้าสู่ค่าปกติ (reverting: กลับไปใกล้ค่าเฉลี่ยเดิม) ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้ แม้ทิศทางราคาของโลหะมีค่าทั้งกลุ่มจะขึ้นหรือลงก็ตาม

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code