ราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับลดลงในวันพุธ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 527.51 ดีแรห์มต่อกรัม ลดลงจาก 529.25 ดีแรห์มในวันอังคาร
ราคาต่อ “โทลา” (หน่วยชั่งน้ำหนักทองที่ใช้บ่อยในเอเชียใต้ ประมาณ 11.66 กรัม) ลดลงมาอยู่ที่ 6,152.79 ดีแรห์ม จาก 6,173.12 ดีแรห์มในวันก่อนหน้า ราคาอื่น ๆ ที่ระบุไว้ ได้แก่ 5,275.12 ดีแรห์มต่อ 10 กรัม และ 16,407.59 ดีแรห์มต่อหนึ่งทรอยออนซ์ (หน่วยน้ำหนักโลหะมีค่า 1 ทรอยออนซ์ ≈ 31.1035 กรัม)
วิธีคำนวณราคาท้องถิ่น
FXStreet คำนวณราคาทองคำในประเทศโดยแปลงจากราคาทองคำโลกด้วยอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์ม และหน่วยชั่งน้ำหนักท้องถิ่น ตัวเลขอัปเดตรายวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ ใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาจริงในตลาดท้องถิ่นอาจต่างเล็กน้อย
ทองคำถูกใช้เพื่อเก็บมูลค่าและทำเครื่องประดับ และมักถูกมองเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อความเสี่ยงในตลาดสูง) นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนตัว
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ และใช้เพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง โดยในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ World Gold Council (สภาทองคำโลก)
การซื้อทองของธนาคารกลาง
ข้อมูลของ World Gold Council สำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสุทธิเพิ่ม 290 ตัน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ “อุปสงค์จากสถาบัน” (แรงซื้อจากหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกลาง กองทุน สถาบันการเงิน) ช่วยพยุงราคา ทำให้ระดับราคามีแนวรองรับ
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ที่ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงจากเงินเฟ้อที่ยังไม่ลดลง รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) เดือนเมษายนชี้ว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.4% ซึ่งมักกดดันทองคำที่ “ไม่มีดอกผล” (ทองคำไม่ให้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล) ความขัดแย้งระหว่างแรงซื้อทองจริงกับนโยบายการเงินตึงตัวอาจทำให้ราคาผันผวน
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของทองคำ แม้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า โดยทองคำเริ่มเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามความสัมพันธ์เดิมที่มักสวนทางกับดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2025 และยังต่อเนื่อง
สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้.