GBP/JPY ยังอ่อนตัวต่อเนื่องเป็นวันที่สองในวันพุธ แต่แรงขายยังจำกัด และคู่เงินยังทรงตัวเหนือจุดต่ำสุดระหว่างวันของวันอังคาร โดยซื้อขายต่ำกว่า 213.00 ลดลงเล็กน้อยราว 0.10% ขณะที่ตลาดรอการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อระดับผู้บริโภค) ของสหราชอาณาจักรเดือนเมษายน
ข้อมูล CPI คาดว่าจะกำหนดมุมมองของตลาดต่อ “ทิศทางนโยบาย” ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE: ธนาคารกลางสหราชอาณาจักร) ในระยะถัดไป หากตัวเลขออกมาผิดจากที่ตลาดคาด อาจทำให้ความผันผวนระยะสั้นของเงินปอนด์เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ GBP/JPY เคลื่อนไหวแรงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา
เงินปอนด์เผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหราชอาณาจักร จากกระแสกดดันต่อผู้นำรัฐบาล นายกรัฐมนตรี Keir Starmer ประกอบกับเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ขณะที่เงินเยนได้แรงหนุนบางส่วนจากกระแสคาดการณ์ว่า ทางการญี่ปุ่นอาจกลับมา “แทรกแซงค่าเงิน” (เข้าซื้อ/ขายสกุลเงินในตลาดเพื่อพยุงอัตราแลกเปลี่ยน) อีกครั้ง
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเยนถูกจำกัดจากความกังวลเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยประเด็นที่ตลาดกังวลคือความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ตลาดไม่ต้องการกด GBP/JPY ลงแรง
ด้านเทคนิค การปรับลงเพิ่มเติมอาจต้องเห็นแรงขายต่อเนื่องชัดเจนก่อนที่นักลงทุนจะเพิ่มสถานะฝั่งขาลง ขณะที่ด้านบน แนวต้านอยู่ใกล้ 214.00 และหากทะลุระดับดังกล่าวได้ อาจต่อยอดการรีบาวด์จากบริเวณ 211.00 ในสัปดาห์ก่อน
มุมมองกลยุทธ์อนุพันธ์
ผู้ลงทุนใน “ตราสารอนุพันธ์” (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น คู่เงิน) ควรติดตามเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยตัวเลขล่าสุดสำหรับเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า CPI อยู่ที่ 2.5% ทำให้ BoE ยังมีท่าที “เข้มงวดด้านนโยบายการเงิน” (hawkish: มีแนวโน้มคง/ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ) และความคาดหวังต่อการ “ลดดอกเบี้ย” ถูกเลื่อนออกไปช่วงปลายปี ซึ่งต่างจากปี 2025 ที่ BoE ระมัดระวังมากกว่าในช่วงเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง
ฝั่งญี่ปุ่น เงินเยนยังถูกกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงรายงานล่าสุดที่ชี้ว่า GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด) หดตัว 0.2% ในไตรมาส 1 ปี 2026 แม้เคยเห็นทางการญี่ปุ่นแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงเยนช่วงปลายปี 2025 แต่ผลกระทบมีระยะสั้น และปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอยังไม่เปลี่ยน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังขาดแรงหนุนทางเศรษฐกิจเพียงพอเมื่อเทียบกับระดับดอกเบี้ยที่สูงกว่าของ BoE
จากช่องว่างนโยบายที่กว้างขึ้น มีกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หาก GBP/JPY ปรับขึ้นต่อเนื่อง เช่น ซื้อ “ออปชันคอล” (Call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิที่กำหนด) โดยตั้ง “ราคาใช้สิทธิ” (strike price: ราคาที่ใช้ในการซื้อ/ขายตามสัญญาออปชัน) เป้าหมายใกล้ 220.00 เพื่อจับการปรับขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อีกทางเลือกคือ “บูลคอลสเปรด” (Bull call spread: ซื้อคอลที่ strike ต่ำและขายคอลที่ strike สูง เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง)
อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนท่าทีของธนาคารกลางแบบไม่คาดคิด โดยเฉพาะจาก BoE หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาชี้ว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรกำลังเย็นลง อาจทำให้มุมมองเปลี่ยนเร็วและกดให้สถานะเหล่านี้ถูกปิด ดังนั้น การทำดีลฝั่งขาขึ้นในอนุพันธ์ควรกำหนดจุดออกจากสถานะ (exit) ให้ชัดเจน