USD/CHF เกิดรูปแบบแท่งเทียน “Bullish Engulfing” (แท่งเทียนขาขึ้นที่กลืนแท่งก่อนหน้า สื่อว่าแรงซื้อเริ่มชนะ) และปรับขึ้นมากกว่า 0.58% ในวันอังคาร โดยราคาทะลุ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 50 วัน (50-day SMA)” (ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 วัน ใช้วัดแนวโน้ม) ที่ 0.7868 และซื้อขายที่ 0.7890 ต่ำกว่า 0.7900 เล็กน้อย
คู่นี้ดีดตัวหลังลงไปทำจุดต่ำสุดเกือบ 2 เดือนที่ 0.7761 เมื่อ 8 พ.ค. และค่อยๆ ปรับขึ้นตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์บน “ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY)” (ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) โดยได้แรงหนุนจาก “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields)” (ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร ซึ่งมักมีผลต่อค่าเงิน) ที่สูงขึ้น
Technical Levels And Momentum
“ดัชนี RSI (Relative Strength Index)” (ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขาย ใช้ดูโมเมนตัม) บ่งชี้โมเมนตัมฝั่งขาขึ้น หากขึ้นเหนือ 0.7900 จะเริ่มเห็น “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA)” (ใช้ดูแนวโน้มระยะยาว) ที่ 0.7916 ตามด้วยแนวต้านที่ 0.8000 และจุดสูงสุดวันที่ 15 ม.ค. ที่ 0.8041
เงินฟรังก์สวิส (CHF) เป็นสกุลเงินของสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งใน 10 สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุด ระหว่างปี 2011–2015 เคย “ตรึงค่าเงิน (peg)” กับยูโร (กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ระดับที่กำหนด) และเมื่อยกเลิกการตรึงค่าเงิน ทำให้ค่าเงินแข็งขึ้นมากกว่า 20% และตลาดผันผวน
ธนาคารกลางสวิส (Swiss National Bank: SNB) ประชุมปีละ 4 ครั้ง และตั้งเป้า “เงินเฟ้อ (inflation)” ต่ำกว่า 2% ขณะที่บางแบบจำลองประเมินว่า “ความสัมพันธ์ (correlation)” ระหว่าง EUR/CHF สูงกว่า 90% (หมายถึงมักเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกันอย่างมาก)
Shifting Policy Divergence
ปัจจัยหลักในตอนนี้คือ “ความต่างของนโยบายการเงิน (policy divergence)” ระหว่างธนาคารกลาง โดย SNB ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น (hawkish คือเน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) และขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. 2026 เพื่อรับมือเงินเฟ้อที่ยังสูง ซึ่งข้อมูลล่าสุดอยู่ที่ 2.4% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้เงินฟรังก์มีแรงหนุน
ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ดูเหมือนหยุดรอบขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และตลาดเริ่ม “คาดการณ์ราคา (pricing in)” การลดดอกเบี้ยปลายปีนี้ (หมายถึงราคาสินทรัพย์สะท้อนความคาดหวังนั้นแล้ว) รายงาน “ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)” สหรัฐเดือนเม.ย. 2026 ชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอลงมาที่ 2.9% ทำให้มุมมองว่าแรงหนุนการแข็งค่าของดอลลาร์เริ่มลดลงเด่นขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ USD/CHF อาจกลับทิศ หรือทรงตัวมากขึ้น
สำหรับผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์ (derivatives)” (เครื่องมือที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) ภาวะนี้สะท้อนว่าควรเตรียมป้องกันความเสี่ยงหรือวางตำแหน่งรับการปรับลงของคู่เงิน เรามองว่า การซื้อ “ออปชันพุต (put option)” (สิทธิในการขายที่ราคาเป้าหมาย) ที่ “ราคาใช้สิทธิ (strike)” ใกล้ 0.9000 อาจเป็นทางเลือกที่ต้นทุนไม่สูงเพื่อเก็งการปรับลง โดยมีความเสี่ยงจำกัดหากดอลลาร์กลับมาแข็งอย่างไม่คาดคิด
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบาย เราเห็น “ความผันผวนโดยนัย (implied volatility)” ของ USD/CHF ระยะ 1 เดือน (ค่าความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) เพิ่มจากราว 6% เป็น 8.5% ในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้กลยุทธ์ขายออปชันเพื่อรับ “พรีเมียม (premium)” (ค่าที่ผู้ซื้อออปชันจ่าย) น่าสนใจขึ้น เช่น “Bear call spread” (ขายคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า และซื้อคอลที่สูงกว่า เพื่อลดความเสี่ยง เหมาะเมื่อคาดว่าราคาจะลงหรือแกว่งไม่ขึ้นมาก) การขายคอลสเปรดเหนือจุดสูงล่าสุดแถว 0.9200 จะช่วยให้ผู้ซื้อขายทำกำไรได้หากคู่เงินปรับลงหรือเคลื่อนไหวด้านข้าง