BBH’s Elias Haddad ระบุว่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY—ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) อาจปรับขึ้นเหนือกรอบ 96.00–100.00 เขาเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง ดุลพลังงานสุทธิเป็นบวก (ประเทศผลิต/ส่งออกพลังงานมากกว่านำเข้า) และธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) ที่มีท่าที “คุมเข้ม” มากขึ้น (ขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูงเพื่อลดเงินเฟ้อ)
แบบจำลอง GDPNow ของเฟดสาขาแอตแลนตา (เครื่องมือคาดการณ์ GDP แบบเรียลไทม์จากข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศ) ประเมินว่า GDP จริง (ปรับเงินเฟ้อแล้ว) แบบ annualised (ปรับให้เป็นอัตรารายปี) จะโต 4.0% ในไตรมาส 2 เทียบกับ 2.0% ในไตรมาส 1 รายงานยังชี้ว่าแรงซื้อสินทรัพย์สกุลดอลลาร์จากต่างชาติเป็นแรงหนุนเงินดอลลาร์
Foreign Demand For Us Securities
ข้อมูล Treasury International Capital (TIC—สถิติการไหลเข้าออกของเงินลงทุนข้ามพรมแดนในสินทรัพย์สหรัฐ) ระบุว่า ในช่วง 12 เดือนถึงเดือนมีนาคม นักลงทุนต่างชาติสะสมหลักทรัพย์สหรัฐระยะยาว (เช่น พันธบัตรและหุ้น) 1,553 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากสถิติ 1,680 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม และต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2025
ในช่วง 12 เดือนเดียวกัน สหรัฐขาดดุลการค้า -700 พันล้านดอลลาร์ (นำเข้ามากกว่าส่งออก) โดยยอดซื้อหลักทรัพย์ระยะยาว 1,553 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขขาดดุลการค้า
รายงานระบุว่าอุปสงค์จากต่างชาติต่อหลักทรัพย์สหรัฐระยะยาวอาจอ่อนลง หากขาดดุลการค้าสหรัฐแคบลง เพราะดอลลาร์ไหลออกนอกประเทศน้อยลง จึงมีเงินไหลกลับไปซื้อหลักทรัพย์สหรัฐ (recycling—การนำเงินที่ไหลออกกลับมาลงทุนในสหรัฐ) น้อยลง ซึ่งอาจกดดันค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มขึ้นทะลุเพดาน 100.00 ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เศรษฐกิจสหรัฐที่ยังทนทานทำให้เฟด “คุมเข้ม” มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลเงินเฟ้อเดือนเมษายน 2026 ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.1% ทำให้ตลาดเลื่อนความคาดหวังการลดดอกเบี้ยออกไป สภาพแวดล้อมนี้ทำให้กลยุทธ์เชิงบวกต่อดอลลาร์ผ่านอนุพันธ์ (derivatives—สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์) เช่น การซื้อคอลออปชัน (call options—สิทธิซื้อที่ได้ประโยชน์เมื่อราคา/ดัชนีขึ้น) บน DXY ดูมีเหตุผล
Growth Energy And Fed Tightness
แรงหนุนมาจากการเติบโตพื้นฐานที่ดีและดุลพลังงานสุทธิเป็นบวก แบบจำลอง GDPNow ล่าสุดติดตามว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2/2026 จะโตแบบ annualised ที่ 2.8% สนับสนุนมุมมองว่าเงินดอลลาร์ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ภาพคล้ายกันเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อคาดการณ์การเติบโตที่ดีหนุนให้เฟดคุมเข้ม ส่งผลบวกต่อดอลลาร์
แรงซื้อดอลลาร์จากนักลงทุนต่างชาติยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ย้อนกลับไป ต่างชาติสะสมหลักทรัพย์สหรัฐมากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนถึงมีนาคม 2025 ซึ่งมากพอชดเชยขาดดุลการค้า ข้อมูลกระทรวงการคลังล่าสุดถึงกุมภาพันธ์ 2026 ชี้ว่าแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป เป็นแรงซื้อพื้นฐาน (fundamental bid—แรงซื้อจากปัจจัยเศรษฐกิจจริง) หนุนดอลลาร์เมื่ออ่อนค่า
อย่างไรก็ดี ต้องระวังว่าขาดดุลการค้าที่แคบลงอาจเป็นแรงฉุดเชิงโครงสร้างต่อดอลลาร์ในระยะยาว เพราะดอลลาร์ไหลออกต่างประเทศน้อยลง ทำให้การนำเงินกลับมาซื้อหลักทรัพย์สหรัฐลดลง สำหรับผู้เทรด ปัจจัยระยะยาวนี้บอกว่า “สถานะฝั่งบวกต่อดอลลาร์” ควรเล่นระยะสั้น (tactical—ปรับตามจังหวะตลาด) เช่น ใช้ออปชันที่หมดอายุใน 1–2 เดือน เพื่อเก็บโอกาสการทะลุกรอบในระยะใกล้