ดัชนี Redbook ของสหรัฐฯ (Redbook Index: ดัชนียอดขายปลีกรายสัปดาห์จากเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ ใช้วัดแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภค) อัตราเทียบรายปี (year-on-year: เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) ลดลงเหลือ 8.1% ณ วันที่ 15 พ.ค. จากเดิม 9.6%
การลดลงครั้งนี้เท่ากับ 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยเป็นการเปรียบเทียบค่าล่าสุดกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สัญญาณผู้บริโภคเริ่มเย็นลง
เมื่อย้อนดูข้อมูล จะเห็นว่าการลดลงของ Redbook Index มาอยู่ที่ 8.1% ในช่วงสัปดาห์เดียวกันของปีก่อน เป็นสัญญาณต้น ๆ ว่าผู้บริโภคเริ่มชะลอตัว การชะลอจากระดับ 9.6% ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มของแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และสะท้อนรูปแบบยอดขายปลีกที่อ่อนแรงต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดของเดือนนี้ระบุว่า Redbook แบบเทียบรายปีลดลงต่อเหลือ 4.2% ยืนยันว่าผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan Consumer Sentiment: แบบสำรวจมุมมอง/ความมั่นใจของครัวเรือนต่อเศรษฐกิจ) ที่ลดลงสู่ 67.4 ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นแรงขับหลักของเศรษฐกิจ กำลังชะลอ
ท่ามกลางความอ่อนแอต่อเนื่องนี้ อาจพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคแบบไม่จำเป็น (consumer discretionary: สินค้า/บริการที่ไม่จำเป็นต้องซื้อเมื่อเศรษฐกิจชะลอ) เช่น การซื้อพุตออปชัน (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายที่ราคากำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลดหรือป้องกันความเสี่ยง) บนกองทุน ETF XLY (exchange-traded fund: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) ซึ่งอิงหุ้นอย่าง Amazon และ Tesla เพื่อช่วยกันความเสี่ยงหากการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลดลงต่อ โดยยังเห็นกลุ่มนี้อ่อนแรงเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (consumer staples: สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน)
แนวโน้มนี้ยังสะท้อนต่อดัชนีหุ้นหลัก เพราะการบริโภคที่อ่อนแรงมักมาก่อนเศรษฐกิจชะลอในวงกว้าง ดังนั้นนักเทรดอาจพิจารณากลยุทธ์คุ้มครองพอร์ตบน S&P 500 เช่น ซื้อพุตของ SPY (SPY: ETF ที่ติดตามดัชนี S&P 500) หรือทำกลยุทธ์ bear call spread (การขายคอลออปชันและซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง เหมาะเมื่อคาดว่าตลาดจะไม่ขึ้น) เพื่อทำกำไรหรือจำกัดการขาดทุนหากตลาดปรับลงจากภาวะผู้บริโภคอ่อนแอ
ความตึงเครียดระหว่างเงินเฟ้อกับการเติบโตของเฟด
ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ) อยู่ในสถานการณ์ยาก เพราะเศรษฐกิจชะลอในขณะที่รายงาน CPI ล่าสุด (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ชี้ว่าเงินเฟ้อยังสูงที่ 3.3% ความขัดแย้งระหว่างการเติบโตชะลอกับเงินเฟ้อที่ยังเหนียว ทำให้ทิศทางการปรับดอกเบี้ยในอนาคตไม่ชัดเจน สภาพแวดล้อมแบบนี้อาจทำให้ “ความผันผวน” น่าซื้อขายมากขึ้น เช่น ใช้ออปชันบนดัชนี VIX (VIX: ดัชนีวัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักถูกเรียกว่าดัชนีความกลัว) เป็นแนวทางรับมือในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า