This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ข้อมูลเดือนเมษายนที่อ่อนแอของจีนชี้ไปที่การกระตุ้นการคลังแบบเจาะจง ขณะ PBoC ยังคงระมัดระวังต่อการผ่อนคลายนโยบาย

by VT Markets
/
May 19, 2026

ข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนเมษายนออกมาอ่อนแอ ยอดค้าปลีกชะลอลงและการลงทุนลดลง แต่การส่งออกและราคาที่อยู่อาศัยยังช่วยพยุงบางส่วน TD Securities คงคาดการณ์ GDP ปี 2026 ไว้ที่ 4.6% และมองว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) จะยังระมัดระวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม (การลดดอกเบี้ยหรืออัดฉีดเงินเพิ่ม)

คาดว่าปักกิ่งจะเน้นมาตรการการคลังแบบ “เจาะจง” มากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจแบบกว้าง ๆ โดยจะให้น้ำหนักกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการช่วยกำลังซื้อผู้บริโภค

Policy Fine Tuning Outlook

นโยบายมีแนวโน้ม “ปรับจูน” แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะ GDP ไตรมาส 1 แข็งแรง การปรับแนวทางการคลังครั้งใหญ่มีโอกาสมากขึ้นหลังเดือนกรกฎาคม เมื่อมีข้อมูลครบทั้งไตรมาส 2

การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานอาจถูกนำกลับมาใช้เพื่อหนุน “การลงทุนสินทรัพย์ถาวรภาครัฐ” (public fixed-asset investment คือการลงทุนระยะยาว เช่น ถนน รถไฟ โรงไฟฟ้า ไม่ใช่รายจ่ายประจำ) แผนดังกล่าวจะต่อยอดจากวงเงิน 8 แสนล้านหยวนที่จัดสรรไว้แล้วในงบประมาณปีนี้

เมื่อข้อมูลเดือนเมษายน 2026 อ่อนแรง ควรคาดว่าปักกิ่งจะใช้มาตรการกระตุ้นแบบเฉพาะจุด ไม่ใช่แบบครอบคลุมกว้าง ๆ ซึ่งทำให้โอกาสเกิดการปรับขึ้นแรงของตลาดจาก “สินเชื่อราคาถูก” (cheap credit คือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ/ปล่อยกู้ง่าย) ในระยะใกล้มีไม่มาก กลยุทธ์ใน “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives คือสัญญาที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) จึงควรเลือกเป็นรายกลุ่ม เน้นอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์จากงบรัฐเฉพาะด้าน

ท่าทีระมัดระวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินสะท้อนแนวโน้มค่าเงินหยวนที่มีเสถียรภาพ โดยในปี 2025 ก็เคยเน้นความนิ่งของค่าเงิน ทำให้ความผันผวนจำกัด สถานการณ์นี้เอื้อต่อกลยุทธ์ขาย “คอลออปชันนอกเงิน” (out-of-the-money call options คือออปชันซื้อที่ราคาสิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน มีโอกาสถูกใช้สิทธิน้อยกว่า) บนคู่เงิน USD/CNH (ดอลลาร์/หยวนออฟชอร์ คือหยวนที่ซื้อขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่) เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium คือค่าเบี้ยออปชันที่ได้รับ/จ่าย) โดยเดิมพันว่าหยวนจะไม่อ่อนค่ามาก

Infrastructure Led Trades

การระบุชัดว่าจะเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชี้ไปที่สินค้าโภคภัณฑ์ภาคอุตสาหกรรม โดยเมื่อการนำเข้าแร่เหล็กของจีนในเดือนเมษายน 2026 ยังทรงตัวเหนือ 100 ล้านตันเมตริก (metric tons คือ “ตัน” หน่วยมาตรฐานสากล 1 ตัน = 1,000 กิโลกรัม) โครงการใหม่มีแนวโน้มคงความต้องการนี้ไว้ นักเทรดอาจพิจารณาถือสถานะ “Long” (long positions คือซื้อเพื่อหวังราคาขึ้น) ในสัญญาฟิวเจอร์สทองแดงและแร่เหล็ก เพื่อรับประโยชน์จากแรงหนุนด้านการคลังที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ฝั่งหุ้น แนวนโยบายนี้หนุน “รายกลุ่ม” มากกว่าดัชนีกว้างอย่าง FTSE China A50 (ดัชนีหุ้น A-share ขนาดใหญ่ 50 ตัวในจีน) ข้อมูลยอดค้าปลีกที่โตเพียง 2.3% เดือนล่าสุด บ่งชี้ว่ายังควรหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่ม “บริโภคไม่จำเป็น” (consumer discretionary คือสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคตัดลดได้เมื่อเศรษฐกิจชะลอ เช่น รถยนต์ ท่องเที่ยว เครื่องใช้ฟุ่มเฟือย) ในช่วงนี้ และหันไปพิจารณาคอลออปชันบน ETF กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและเครื่องจักรหนัก ซึ่งมีแนวโน้มได้ประโยชน์ตรงจากเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ 8 แสนล้านหยวน

ไทม์ไลน์ทางการชี้ว่าไม่น่ามีการเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่จนกว่าจะประกาศตัวเลขไตรมาส 2 ครบในเดือนกรกฎาคม จึงมีแนวโน้มเกิดการซื้อขายแบบ “แกว่งในกรอบ” (range-bound trading คือราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงจำกัด) และความไม่แน่นอนต่อเนื่องในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ภาวะแบบนี้เหมาะกับกลยุทธ์ทำกำไรจากความผันผวนต่ำ เช่น การขาย “สแตรงเกิล” (strangle คือขายออปชันซื้อและขายพร้อมกันที่คนละราคา เพื่อหวังให้ราคาไม่เหวี่ยงแรง) บนดัชนีหุ้นจีนหลัก ๆ

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code