EUR/USD ร่วงจาก 1.18 ลงมา 1.16 แต่หลังจากนั้นแรงขายเริ่มอ่อนลง แม้อัตราดอกเบี้ยและตลาดหุ้นจะเข้าสู่ภาวะ “หนีความเสี่ยง” (risk-off: นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปสินทรัพย์ปลอดภัย) และดัชนีวัดอารมณ์ตลาด SG Sentiment Indicator ปรับลดลง
รายงานเชื่อมโยงเรื่องนี้กับมุมมอง “ลบต่อดอลลาร์สหรัฐ” (bearish view: คาดว่าเงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่า) และตลาดยังคง “ตั้งราคา” (price in: สะท้อนความคาดหวังไว้ในราคาแล้ว) ว่าจะมีการปรับนโยบายหลายครั้ง รวมถึงความเป็นไปได้พอสมควรที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
คาดการณ์ดอกเบี้ยช่วยพยุงยูโร
รายงานระบุว่า “ช่วงต้นของเส้นอัตราผลตอบแทนสหรัฐ” (front end of the US rates curve: อัตราดอกเบี้ย/อัตราผลตอบแทนระยะสั้น เช่น 1-2 ปี) ยังสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB 3 ครั้ง และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ 2.5 ครั้ง ซึ่งอาจช่วยพยุงยูโรแม้ความเชื่อมั่นจะอ่อนลง
รายงานเสริมว่า EUR/USD อาจยังไม่เข้าสู่แนวโน้มที่ชัดเจนจนกว่าคาดการณ์ดอกเบี้ยจะเปลี่ยน เช่น หากตลาดเริ่มถูกท้าทายเรื่อง “การตั้งราคาการขึ้นดอกเบี้ยยุโรป” หรือหาก “รายงานการประชุม FOMC” (FOMC minutes: บันทึกการประชุมนโยบายการเงินของเฟด) ทำให้ตลาดทบทวนเส้นทางนโยบายการเงินของสหรัฐ
นอกจากนี้ยังระบุว่า “ตลาดฟิวเจอร์ส” (futures market: ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) กลับมาลดการถือครองสถานะ “ซื้อดอลลาร์” (long USD positions: ถือสัญญาที่ได้ประโยชน์เมื่อดอลลาร์แข็งค่า) อีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้การแข็งค่าของดอลลาร์ช้าลง
นัยต่อการเทรดในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
แนวคิดเดิมชี้ว่า “คาดการณ์ดอกเบี้ยต้องเปลี่ยนก่อน ค่าเงินถึงจะเปลี่ยน” และตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นไปตามนั้น ช่องว่างดอกเบี้ยขยายกว้าง โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (Fed funds rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงของเฟด) อยู่ที่กรอบเป้าหมาย 5.25-5.50% ขณะที่ “อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB” (deposit facility rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB) อยู่ที่ 4.00% ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดยังเพิ่มขึ้น 3.4% เทียบรายปี ทำให้เฟดเลือก “คงดอกเบี้ย” ขณะที่ ECB ส่งสัญญาณชัดเจนมากว่าจะ “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนมิถุนายน
ความแตกต่างนี้สะท้อนในตลาดฟิวเจอร์ส โดยข้อมูล CFTC ล่าสุด (CFTC: หน่วยงานกำกับดูแลสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐที่รายงานสถานะการถือครองของนักเก็งกำไร) ชี้ว่า “สถานะซื้อสุทธิยูโร” (speculative net long Euro: นักเก็งกำไรถือฝั่งได้ประโยชน์เมื่อยูโรแข็งค่ามากกว่าฝั่งตรงข้าม) ถูกลดลงต่อเนื่อง สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) มุมมองนี้สนับสนุนกลยุทธ์ที่คาดว่าราคามีโอกาสลงต่อ หรืออย่างน้อยการรีบาวด์อาจถูกจำกัด ดังนั้นการซื้อ “ออปชันพุท” (put options: สิทธิขายเพื่อทำกำไรเมื่อราคาลดลง) ใน EUR/USD หรือทำ “สเปรดคอลขาลง” (bear call spread: ขายคอลและซื้อคอลอีกตัวเพื่อลดความเสี่ยง โดยได้ประโยชน์เมื่อราคาไม่ขึ้นมาก/ปรับลง) เพื่อหวังผลหากราคาปรับลงไปแถว 1.07 จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า