This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

อีซีบีเตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อจากช็อกน้ำมันตะวันออกกลาง ขณะที่โซซิเอเต้ เจเนอราลมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น

by VT Markets
/
May 18, 2026

รายงาน Economic Bulletin ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า “ช็อกน้ำมัน” (oil shock: ราคาน้ำมันพุ่งแรงและรวดเร็วจากเหตุการณ์ภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์) ที่เชื่อมโยงกับตะวันออกกลาง จะดันเงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่าที่จะฉุดกิจกรรมเศรษฐกิจให้ลดลง นอกจากนี้ยังชี้ว่าเศรษฐกิจอาจอ่อนแรงมากขึ้น หากความเชื่อมั่นของครัวเรือนปรับลดลงอย่างรุนแรง

รายงานเพิ่มเติมว่า ความเชื่อมั่นที่อ่อนลงจะใช้เวลาสักระยะกว่าจะส่งผลต่อผลผลิต/การผลิตของเศรษฐกิจ (output: ปริมาณการผลิตและบริการรวมของประเทศ) โดยมองว่ากระทบต่อการเติบโตของ GDP ปี 2026 (GDP: มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ไม่มาก แต่กระทบหนักในปี 2027

Market Signals And Central Bank Focus

Societe Generale ระบุว่า แบบสำรวจภาคธุรกิจที่จะประกาศเร็ว ๆ นี้จะถูกจับตา เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับแรงกดดันด้านราคาที่กลับมาอีกครั้ง พร้อมเสริมว่า ธนาคารกลางจะติดตามแรงกดดันด้านราคาที่กระจายกว้างขึ้นในภาคบริการ (services: เช่น ขนส่ง การท่องเที่ยว การแพทย์ ร้านอาหาร)

Societe Generale ระบุว่า หากดัชนีกิจกรรมขยับเพียงเล็กน้อย แต่ดัชนีราคายังเพิ่มต่อเนื่อง จะยิ่งลดความลังเลต่อโอกาสที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน โดยมองว่า มีเพียงการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางแบบฉับพลันและชัดเจนเท่านั้นที่จะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของช็อกน้ำมันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้โฟกัสหันไปที่เงินเฟ้อโดยตรง ขณะนี้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude futures: สัญญาที่ตกลงซื้อ/ขายน้ำมันเบรนท์ในอนาคต) ซื้อขายเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ระดับที่ไม่เห็นต่อเนื่องมานับตั้งแต่ความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทาน (supply chain: กระบวนการจัดหา-ผลิต-ขนส่งสินค้า) ช่วงปลายปี 2025 แรงกดดันด้านราคานี้เป็นประเด็นหลักที่ ECB กังวลในตอนนี้

ข้อมูลล่าสุดตอกย้ำมุมมองที่ยัง “เข้มงวด” (hawkish: มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยนโยบายการเงินตึงตัว เช่น ขึ้นดอกเบี้ย) โดยการประเมินเบื้องต้น (flash estimate: ตัวเลขประมาณการชุดแรก) ของเงินเฟ้อ HICP ยูโรโซน (HICP: ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบมาตรฐานของยุโรป) เดือนเมษายน 2026 อยู่ที่ 3.1% ซึ่งยังลดลงได้ยาก แนวโน้มนี้สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาเริ่ม “ฝังตัว” (embedded: อยู่ยาวและส่งผ่านไปยังราคาสินค้า/บริการอย่างต่อเนื่อง) อีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคบริการ ทำให้ ECB เพิกเฉยได้ยาก

Positioning For June Policy Risk

ภาพรวมดังกล่าวสนับสนุนการเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ผู้ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์/ดอกเบี้ย) ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยูโรโซนที่สูงขึ้น เช่น การเปิดสถานะขายในสัญญาฟิวเจอร์ส Euribor ระยะสั้น (front-end Euribor futures: ฟิวเจอร์สที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นช่วงใกล้ ๆ) หรือใช้อัตราแลกเปลี่ยนดอกเบี้ย (interest rate swaps: สัญญาแลกดอกเบี้ยคงที่กับลอยตัว) ตลาดยิ่งสะท้อนโอกาสดังกล่าวมากขึ้น โดยความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดฐาน (basis point: 0.01% ดังนั้น 25 จุดฐาน = 0.25%) สูงเกิน 80% แล้ว

ผลกระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ดูเป็นปัญหาที่ไกลกว่า และน่ากระทบการเติบโตในปี 2027 มากกว่าปีนี้ ระยะสั้น ECB ดูกังวลภัยเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทันที มากกว่าความเสี่ยงชะลอตัวในอนาคต จึงมีเหตุผลให้ดำเนินการเร็วกว่า

ดังนั้น ต้องจับตาแบบสำรวจภาคธุรกิจที่กำลังจะออกว่ามีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของกิจกรรมหรือไม่ แต่ตัวชี้นำสำคัญคือดัชนีราคา หากไม่มีการลดระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบเศรษฐกิจ/ตลาด) อย่างรวดเร็วและชัดเจน ความลังเลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเดือนมิถุนายนกำลังหายไปอย่างต่อเนื่อง แนวทางในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเอนเอียงไปสู่ท่าทีเชิงรุกมากขึ้นของนโยบายการเงิน

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code