หุ้นทั่วโลกปรับตัวลงในวันศุกร์ และยังอ่อนแรงต่อเนื่องถึงวันจันทร์ หุ้นเอเชียลดลง ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อขายสินทรัพย์ในอนาคต) ของสหรัฐฯ และยุโรปก็อ่อนตัวเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกที่ยังไม่หยุด (bond sell-off: การเทขายพันธบัตร ทำให้ราคาลงและอัตราผลตอบแทนสูงขึ้น) และราคาน้ำมันปรับขึ้น สถานการณ์อิหร่าน/ช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz: เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก) ยังไม่มีข้อยุติ
พลังงานเป็นกลุ่มหุ้นเดียวที่ปรับขึ้น ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่หุ้นแนวรับ (defensive: หุ้นที่มักผันผวนน้อยในช่วงเศรษฐกิจชะลอ) หุ้นความผันผวนต่ำ (low-volatility: หุ้นที่ราคาแกว่งน้อย) และหุ้นคุณค่า (value: หุ้นที่ราคาต่ำเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน) ทำผลงานดีกว่าตลาดในช่วงที่มีแรงขาย
วัสดุก่อสร้าง/เหมืองแร่ (materials) และหุ้นที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity-linked equities: หุ้นที่รายได้ขึ้นกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น โลหะ น้ำมัน) ก็ปรับลงเช่นกัน ทองคำและเงินถูกกดดันตลอดสัปดาห์ก่อน โดยแรงเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในวันศุกร์
ทิศทางตลาดสะท้อนว่า การปรับลงของหุ้นไม่ได้มาจากความคาดหวังว่า “การเติบโตเชิงตัวเงิน” จะดีขึ้น (nominal growth: การเติบโตที่ยังไม่หักเงินเฟ้อ) แต่ราคาสินทรัพย์ชี้ไปที่ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว” ที่สูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกังวลด้านการคลัง (fiscal concerns: ภาระหนี้/ขาดดุลงบประมาณของรัฐ) ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และราคาน้ำมัน มากกว่าจะเป็นเรื่องการเติบโตเพียงอย่างเดียว