Nvidia มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2027 (รอบสิ้นสุด 26 เมษายน 2026) ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 โดยนักลงทุนจับตาเป็น “บททดสอบ” ของอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐาน AI (ฮาร์ดแวร์และระบบสำหรับปัญญาประดิษฐ์) ที่ยังเดินหน้าหรือไม่ หลังหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้นแรง
ประมาณการฉันทามติของ Bloomberg ชี้ไปที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง (adjusted EPS: กำไรต่อหุ้นที่ตัดรายการพิเศษ/รายการครั้งเดียวออก เพื่อให้เห็นผลดำเนินงานหลักชัดขึ้น) ที่ 1.77 ดอลลาร์ และรายได้ 78.9 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนการเติบโตรายได้ราว 79% เมื่อเทียบปีก่อน (year-on-year: เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน) โดยรายได้กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (data centre: ศูนย์ข้อมูลสำหรับประมวลผล/เก็บข้อมูลของคลาวด์และ AI) คาดที่ 73.3 พันล้านดอลลาร์ โตประมาณ 87% เมื่อเทียบปีก่อน ประเด็นหลักอยู่ที่กำลังส่งมอบชิป Blackwell และช่วงเวลาการเริ่มใช้แพลตฟอร์ม Rubin (สถาปัตยกรรม/ตระกูลชิปรุ่นถัดไป)
อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุง (adjusted gross margin: สัดส่วนกำไรขั้นต้นหลังปรับรายการพิเศษ) คาดราว 75% รายงานครั้งนี้อาจเน้นว่า “คอขวดด้านอุปทาน” (supply constraints: ข้อจำกัดกำลังผลิต/การจัดหา) ในส่วนแพ็กเกจจิ้ง (packaging: การประกอบและบรรจุชิปขั้นสูง), หน่วยความจำแบนด์วิธสูงหรือ HBM (high-bandwidth memory: แรมความเร็วสูงที่ใช้กับชิปเร่ง AI), เซิร์ฟเวอร์ และเครือข่าย จะกระทบการส่งมอบหรือทำให้ต้นทุนสูงขึ้นหรือไม่
มุมมองล่วงหน้า (forward expectations: คาดการณ์อนาคต) รวมถึงรายได้ทั้งปีงบ 2027 (FY2027: ปีงบการเงิน 2027) ที่ 370 พันล้านดอลลาร์ และ adjusted EPS ที่ 8.43 ดอลลาร์ คิดเป็นรายได้โตประมาณ 71% ต่อปี และ EPS โตประมาณ 77% เมื่อเทียบกับปีงบ 2026 ที่รายได้ราว 216 พันล้านดอลลาร์ และ adjusted EPS ราว 4.77 ดอลลาร์
ตัวเลขอื่นที่ถูกอ้างถึง ได้แก่ ค่า “เซอร์ไพรส์กำไร” เฉลี่ยราว 15% ในไตรมาสหลัง ๆ (earnings surprise: ผลจริงสูง/ต่ำกว่าที่ตลาดคาด) และมูลค่าหุ้นที่ราว 48 เท่าของกำไรย้อนหลัง (valuation 48x trailing earnings: ราคาหุ้นเทียบกำไร 12 เดือนล่าสุด หรือค่า P/E ย้อนหลัง) ความเสี่ยงที่ถูกชี้ ได้แก่ คำแนะนำ/แนวโน้ม (guidance: การคาดการณ์ของผู้บริหารต่อรายได้/กำไรในอนาคต) ไม่สูงกว่าที่ตลาดหวัง, แรงกดดันด้านมาร์จิ้น (margin pressure: อัตรากำไรลดลงจากต้นทุน/การแข่งขัน), ข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับจีน, การชะลอลงของงบลงทุน AI (AI capex: เงินลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล/ชิป/เครือข่ายสำหรับ AI) และการแข่งขันจาก AMD หรือชิปที่บริษัทคลาวด์รายใหญ่พัฒนาเอง (in-house chips: ออกแบบ/ทำชิปใช้เอง)