AUD/USD ซื้อขายใกล้ระดับ 0.7150 ในช่วงเช้าตรู่ของตลาดเอเชียวันจันทร์ หลังอ่อนตัวลงจากจุดสูงสุดในรอบหลายปี นักลงทุนรอติดตามข้อมูล “ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม” (Industrial Production: ปริมาณการผลิตของโรงงานและภาคการผลิต) และ “ยอดค้าปลีก” (Retail Sales: มูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในร้านค้า) ของจีน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันเดียวกัน
มุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐเปลี่ยนไป หลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักว่าอาจขึ้นดอกเบี้ย โดยตลาดประเมินโอกาส 48.4% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% (25 bps หรือ 25 จุดเบส: 1 จุดเบส = 0.01%) ในการประชุมเดือนธันวาคม จาก 14.3% เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ตามเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่คำนวณความน่าจะเป็นการขึ้น/ลดดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)
ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลต่อบรรยากาศลงทุน เมื่อสหรัฐและอิหร่านยังหาข้อตกลงยุติสงครามหลายสัปดาห์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ไม่ลงตัว วันอาทิตย์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุให้อิหร่าน “เร่งดำเนินการ” พร้อมส่งสัญญาณถึงผลตามมา หากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจหนุนเงินดอลลาร์สหรัฐ
เงินดอลลาร์ออสเตรเลียได้รับอิทธิพลจากนโยบายธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia หรือ RBA: ธนาคารกลางของออสเตรเลีย) ซึ่งตั้งเป้าเงินเฟ้อ 2–3% ผ่านการปรับ “อัตราดอกเบี้ย” และบางช่วงใช้นโยบาย “ซื้อ/ขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่” (quantitative easing/tightening: การอัดฉีด/ดึงสภาพคล่องด้วยการซื้อ/ลดการถือครองพันธบัตรและสินทรัพย์ทางการเงิน) ค่าเงิน AUD ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนและ “ความต้องการรับความเสี่ยงของตลาด” (risk appetite: ความพร้อมของนักลงทุนที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง)
แร่เหล็กเป็นสินค้าส่งออกใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย มูลค่า 1.18 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี (อ้างอิงข้อมูลปี 2021) โดยส่งออกไปจีนเป็นหลัก “ดุลการค้า” ของออสเตรเลีย (trade balance: ส่วนต่างระหว่างส่งออกและนำเข้า) ก็มีผลต่อ AUD เพราะ “เกินดุล” มักหนุนค่าเงิน ขณะที่ “ขาดดุล” อาจกดดันค่าเงิน
เมื่อมองย้อนกลับไปปลายปี 2025 ตลาดให้น้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเกือบ 50% แต่ท้ายที่สุดไม่ขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 ภาพดังกล่าวชี้ว่าแนวทางที่เหมาะสมคือวางเดิมพันต่อ “ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า” โดยการซื้อ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อในอนาคตที่ราคาใช้สิทธิ) ของ AUD/USD เพื่อหวังรับแรงรีบาวด์หลังความกังวลคลี่คลาย
ปัจจัยพื้นฐานของดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งแรงกว่าที่ความรู้สึกตลาดสะท้อน ข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกของจีนเดือนตุลาคม 2025 ออกมาดีกว่าคาด โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมโต 4.6% เมื่อเทียบรายปี ขณะเดียวกันราคาแร่เหล็กทรงตัวสูงกว่า 130 ดอลลาร์ต่อตันตลอดไตรมาสนั้น ช่วยหนุนแรงซื้อพื้นฐานของ AUD
ดังนั้น กระแสข่าวตะวันออกกลางจึงเป็นโอกาส เพราะกด AUD/USD ลงชั่วคราวในช่วงที่แรงหนุนหลักแข็งแรงขึ้น ความตึงเครียดเป็นแรงต้านระยะสั้น แต่ Fed ไม่เข้มงวดอย่างที่ตลาดคาด (less hawkish: ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย) และอุปสงค์จากจีนที่ดีเป็นแรงขับที่สำคัญกว่า ส่งผลให้คู่เงินปรับขึ้นต่อเนื่องปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 และผ่านระดับ 0.7200 ไปได้อย่างชัดเจน