ดัชนีวัดกิจกรรมภาคบริการของนิวซีแลนด์ (BusinessNZ Performance of Services Index: PSI—ดัชนีที่สำรวจความเคลื่อนไหวของธุรกิจบริการ เช่น คำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน และการทำงานของผู้ให้บริการ) ปรับขึ้นสู่ 48.9 ในเดือนเมษายน จาก 46 ในเดือนก่อนหน้า
แม้เพิ่มขึ้น แต่ดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งหมายถึง “หดตัว” มากกว่า “ขยายตัว” ในภาคบริการ
โมเมนตัมภาคบริการดีขึ้น
ภาคบริการของนิวซีแลนด์ปรับตัวดีขึ้นชัดเจนในเดือนเมษายน โดยดัชนีเพิ่มเป็น 48.9 แม้ยังต่ำกว่า 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “หดตัว” กับ “เติบโต” แต่สะท้อนว่าความอ่อนแรงกำลังลดลง บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอาจเริ่มแตะจุดต่ำสุดและค่อย ๆ ทรงตัว
ข้อมูลนี้ทำให้ภาพการตัดสินใจของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ—ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยหลักของประเทศ) ในการประชุมวันที่ 29 พ.ค. 2026 ซับซ้อนขึ้น โดยเงินเฟ้อไตรมาส 1 ปีนี้ชะลอลงมาอยู่ที่ 3.8% แต่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายของ RBNZ เมื่อกิจกรรมเศรษฐกิจดูอ่อนแรงน้อยลง นักลงทุนควรระวังการคาดการณ์ว่า “จะลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้” และอาจลดสถานะเก็งกำไรผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures—สัญญาล่วงหน้าที่ใช้คาดการณ์และป้องกันความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย)
สำหรับตลาดเงิน ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนต่อเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) เพราะหาก RBNZ มีแนวโน้ม “ผ่อนคลายน้อยลง” (less dovish—ไม่ได้เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ยหรือกระตุ้นเศรษฐกิจมาก) ก็ทำให้ NZD น่าสนใจกว่า โดยเฉพาะเทียบกับสกุลเงินที่ตลาดเชื่อว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ยสูง อาจเห็นการใช้กลยุทธ์ออปชัน (options—สัญญาที่ให้สิทธิแต่ไม่บังคับในการซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสที่ NZD/USD แข็งค่าช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
การฟื้นตัวนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลอื่น เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-on-year—เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ย้อนกลับไปปี 2025 เศรษฐกิจถูกกดดันหลัง RBNZ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate—ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้ชี้นำทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ที่ 5.50% ตลอดปี ข้อมูลกิจกรรมล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจทนทานกว่าที่ประเมินไว้