ข้อมูล CFTC ของออสเตรเลียระบุว่า สถานะสุทธิของ AUD ของกลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (non-commercial: กองทุน/นักเก็งกำไร ไม่ได้ถือเพื่อใช้จริงทางธุรกิจ) เพิ่มขึ้นเป็น 85K จากเดิม 78.7K
เรากำลังเห็นกองทุนเก็งกำไรเพิ่มการลงทุนฝั่งมองบวกต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยสถานะ “ซื้อสุทธิ” (net long: จำนวนสัญญาซื้อมากกว่าสัญญาขาย) ขยับขึ้นเป็น 85,000 สัญญา สะท้อนความเชื่อมากขึ้นว่า AUD มีโอกาสแข็งค่าในระยะใกล้ แนวโน้มลักษณะนี้มักเกิดก่อนที่ราคาจะเริ่มปรับขึ้นอย่างจริงจัง จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด
มุมมองเชิงบวกนี้น่าจะได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity: สินค้าพื้นฐาน เช่น แร่โลหะ พลังงาน เกษตร) ซึ่งเป็นแรงขับสำคัญของเศรษฐกิจออสเตรเลีย โดยราคาสินค้าแร่เหล็กทรงตัวเหนือ 120 ดอลลาร์ต่อหนึ่งตัน จากความต้องการภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ยังสม่ำเสมอ ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนพื้นฐานต่อค่าเงิน
อีกปัจจัยสำคัญคือทิศทางนโยบายการเงินที่ต่างกันระหว่างธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) กับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดย RBA ยังคงดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate: อัตราดอกเบี้ยหลักของประเทศ) ไว้ที่ 4.5% เพื่อกดเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดเริ่มคาดการณ์มากขึ้นว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยในไตรมาส 3 หลังยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ความต่างของดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ทำให้การถือ AUD ดูน่าสนใจกว่า
จากภาพรวมนี้ อาจพิจารณาวางกลยุทธ์รับโอกาส AUD แข็งค่าต่อดอลลาร์สหรัฐ เช่น ซื้อออปชันคอล (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาที่กำหนด เพื่อหวังได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) บนคู่เงิน AUD/USD หรือใช้กลยุทธ์บูลคอลสเปรด (bull call spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไรสูงสุด) ซึ่งช่วยรับโอกาสขาขึ้นพร้อมกำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจน