ทองคำร่วงมากกว่า 2.30% ในวันศุกร์ โดย XAU/USD อยู่ที่ 4,551 ดอลลาร์ หลังทำจุดต่ำใกล้ 4,511 ดอลลาร์ การปรับลงเกิดหลังตลาดกังวลว่าความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านอาจดันราคาน้ำมันขึ้นและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (US 10-year Treasury yield: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี) เพิ่มเป็น 4.591% สูงขึ้น 10 เบสพอยต์ (basis points: 0.01% ต่อ 1 จุด) ใกล้จุดสูงสุดปี 2025 ที่ 4.627% ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) บวก 0.33% สู่ 99.19 กดดันราคาทองคำ
ราคาน้ำมันขยับขึ้นหลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเริ่มหมดความอดทนกับอิหร่าน ทำให้ตลาดกลับมาพูดถึงความเสี่ยงการสู้รบรอบใหม่ ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะลดดอกเบี้ย
ข้อมูลจาก Prime Terminal ชี้ว่าเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนและไปจนถึงสิ้นปี ภายใต้ประธานเฟด เควิน วอร์ช โดยผู้กำหนดนโยบายเฟดยังเปิดทาง “ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม” หากเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูง
ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production: ตัวชี้วัดปริมาณการผลิตของภาคโรงงาน เหมือง และสาธารณูปโภค) เพิ่ม 0.7% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน สูงกว่าคาด 0.3% หลังเดือนมีนาคมลดลง 0.3% สัปดาห์หน้าตลาดจับตาข้อมูลที่อยู่อาศัยและตลาดแรงงานสหรัฐ รวมถึงถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด
เชิงเทคนิค ทองคำแกว่งในกรอบ 4,500–4,650 ดอลลาร์ โดย RSI (Relative Strength Index: ดัชนีโมเมนตัมที่บอกภาวะร้อนแรง/อ่อนแรงของราคา) ลดลง แนวรับอยู่ที่ 4,500, 4,351 และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 วัน ใช้ดูแนวโน้มระยะยาว) ที่ 4,322 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,600, เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 20 วัน ใช้ดูแนวโน้มระยะสั้น) ที่ 4,662, 4,700, 4,729, 4,785 และ 4,800
ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และมักอ่อนลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น