ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ของอิตาลีแบบ “สอดคล้องมาตรฐานสหภาพยุโรป” (EU-harmonised: ใช้มาตรฐานเดียวกันเพื่อเทียบข้ามประเทศในอียู) เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าคาดที่ 1.7%
เงินเฟ้อของอิตาลีที่ออกมาต่ำกว่าคาด สนับสนุนมุมมองของเราว่าแรงกดดันด้านราคาในยูโรโซนกำลังชะลอลงเร็วกว่าที่คาด เมื่อเทียบกับ CPI ทั้งยูโรโซนเดือนเมษายนที่ 2.4% ข้อมูลของอิตาลีบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาลงยังเดินหน้าต่อ ซึ่งน่าจะเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางของประเทศที่ใช้เงินยูโร) มีท่าที “ผ่อนคลาย” มากขึ้น (dovish: เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบายการเงิน) ในการประชุมช่วงถัดไป
เราควรปรับสถานะการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (short-term interest rate futures: สัญญาล่วงหน้าที่อิงคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคต) เพื่อสะท้อนโอกาสที่ ECB จะลดดอกเบี้ยในช่วงฤดูร้อนนี้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ตลาดยังไม่กล้าราคาการลดดอกเบี้ยก่อนไตรมาส 4 แต่ข้อมูลนี้อาจทำให้ความคาดหวังถูกดึงมาเร็วขึ้น ส่งผลให้การถือ “สถานะซื้อ” (long: ได้ประโยชน์เมื่อราคาสัญญาปรับขึ้น) ในสัญญาอย่างฟิวเจอร์ส EURIBOR ระยะ 3 เดือน (EURIBOR: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตลาดเงินยูโร) ส่งมอบเดือนกันยายนและธันวาคมน่าสนใจขึ้น
สำหรับนักเทรดพันธบัตรรัฐบาล นี่เป็นสัญญาณให้ให้น้ำหนัก “ตราสารหนี้รอบนอก” (peripheral debt: พันธบัตรของประเทศกลุ่มรอบนอกยูโรโซน เช่น อิตาลี สเปน) มากขึ้น ข้อมูลนี้มีแนวโน้มทำให้ส่วนต่างผลตอบแทน (spread: ช่องว่างระหว่างอัตราผลตอบแทน/ยีลด์ของพันธบัตรสองประเทศ) ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี (BTPs: พันธบัตรรัฐบาลอิตาลี) กับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bunds: พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) แคบลง เราสามารถสะท้อนมุมมองนี้ด้วยการ “ซื้อ” ฟิวเจอร์ส BTP เพราะเงินเฟ้อต่ำลงทำให้ “ส่วนเพิ่มชดเชยความเสี่ยง” (credit risk premium: ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนต้องการเพื่อชดเชยความเสี่ยง) ที่นักลงทุนเรียกร้องลดลง
ฝั่งหุ้น โอกาสที่ดอกเบี้ยจะถูกลดเร็วขึ้นช่วยหนุนตลาด เราเห็นโอกาส “ขาย” ออปชันพุต (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนด) ที่ราคาใช้สิทธิ “นอกกรอบ” (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิไม่คุ้มที่จะใช้ในปัจจุบัน) บนดัชนี Euro Stoxx 50 (ดัชนีหุ้นบลูชิพยูโรโซน) กลยุทธ์นี้ทำให้ได้ “ค่าเบี้ยประกัน” (premium: เงินที่ได้รับจากการขายออปชัน) โดยอิงมุมมองว่า ECB ที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะช่วยพยุงตลาดในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
รายงานนี้ยังสะท้อนความแตกต่างกับสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลการจ้างงานล่าสุดชี้ว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง โดยเพิ่มงาน 195,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน ช่องว่างด้านนโยบายสองฝั่งแอตแลนติก (transatlantic policy gap: ทิศทางนโยบายการเงินยุโรปกับสหรัฐฯ ที่แตกต่างกัน) อาจกดดันค่าเงินยูโร เราควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หาก EUR/USD อ่อนค่า เช่น ซื้อพุต หรือทำ “พุตสเปรด” (put spread: ซื้อพุตหนึ่งสัญญาและขายพุตอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร/ขาดทุน)