This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

อินเดียเพิ่มการจัดเก็บภาษีเชื้อเพลิงและอากรนำเข้า ท่ามกลางความผันผวนของรูปีที่ขึ้นอยู่กับกระแสเงินลงทุนต่างชาติผ่านพอร์ตโฟลิโอ

by VT Markets
/
May 15, 2026

อินเดียปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และปรับมาตรการด้านการค้าและภาษี เพื่อช่วยลดความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค (macro volatility: ความผันผวนของภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย การขาดดุล และค่าเงิน) และพยุงค่าเงินรูปีอินเดีย (INR). รัฐบาลเพิ่มอากรนำเข้า (import duties: ภาษีนำเข้าที่เก็บเมื่อสินค้าจากต่างประเทศเข้าประเทศ) ทองคำและเงิน และเข้มงวดกฎด้านการบริหารบางส่วน เพื่อชะลอการซื้อและลดความต้องการดอลลาร์สหรัฐเพิ่มเติม

ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับขึ้นราว 3 รูปีต่อลิตร โดยเบนซินเพิ่ม 3.14 รูปีต่อลิตร เป็น 97.77 รูปีต่อลิตรในหลายเมือง ขณะที่ดีเซลเพิ่ม 3.11 รูปีต่อลิตร สูงสุดถึง 90.67 รูปีต่อลิตร

รายงานข่าวระบุว่า กำลังพิจารณาลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย (withholding tax: ภาษีที่ผู้จ่ายเงินหักไว้ก่อนจ่ายให้ผู้รับ) สำหรับการถือครองพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติ กลุ่มตราสารหนี้มีเงินลงทุนต่างชาติไหลออก (FPI outflows: เงินของนักลงทุนพอร์ตต่างชาติไหลออก) 613 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ (FY27) จนถึงปัจจุบัน หลังจากปีงบประมาณก่อนหน้า (FY26) มีเงินไหลเข้า 2.8 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมทั้งโควตาทั่วไป และช่องทาง VRR และ FAR (VRR/FAR windows: กรอบหรือช่องทางที่รัฐกำหนดเพื่อให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนตราสารหนี้ได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ)

ระยะสั้น ค่า INR คาดว่าจะตอบสนองต่อกระแสข่าวและการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินในตลาดหุ้น โดยค่าเงินอาจยังอ่อนจนกว่าเงินไหลออกจากหุ้นจะหยุดและกลับทิศ

เมื่อทางการอินเดียพยายามจัดการความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคอย่างจริงจัง ควรคาดว่าค่าเงินรูปีจะผันผวนระยะสั้นมากขึ้น มาตรการรัฐ เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าและราคาน้ำมัน ทำให้ตลาดไม่แน่ใจ ส่งผลให้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาสัญญาออปชัน) ของคู่เงิน USD/INR มีแนวโน้มสูงขึ้น

ปัจจัยหลักของรูปียังเป็นกระแสเงินต่างชาติในหุ้น ซึ่งช่วงหลังเป็นลบ ข้อมูลจาก National Securities Depository Limited (NSDL) ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติแบบลงทุนเป็นพอร์ต (foreign portfolio investors: นักลงทุนนอกประเทศที่เข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาด ไม่ได้ลงทุนตั้งกิจการ) ขายสุทธิหุ้นอินเดียกว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2026 แรงขายต่อเนื่องกดดันรูปี ทำให้เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 84.70 ต่อดอลลาร์

ด้วยสภาพแวดล้อมนี้ ผู้ค้าควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น การซื้อออปชันคอล (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์/อัตราแลกเปลี่ยนในราคาและเวลาที่กำหนด) คู่เงิน USD/INR อายุ 1 เดือน ช่วยให้ได้ประโยชน์หากมาตรการรัฐไม่เพียงพอและเงินไหลออกจากหุ้นเร่งตัว กลยุทธ์นี้ให้โอกาสทำกำไรหากรูปีอ่อนค่า โดยจำกัดความเสี่ยงขาลงไว้ที่ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)

ช่วงปลายปี 2025 เคยเกิดรูปแบบคล้ายกัน เมื่อมุมมองของนักลงทุนต่างชาติพลิกกะทันหัน ทำให้รูปีอ่อนลงราว 2% ภายในสามสัปดาห์ ตอนนั้นผู้ที่วางตำแหน่งเพื่อรับความผันผวน แทนที่จะเดิมพันทิศทางเดียว ชนะมากกว่า บทเรียนนี้ชี้ว่า “ถือสถานะรับความผันผวน” (long volatility: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาขยับแรงขึ้นหรือลง) ยังเหมาะในตอนนี้

โอกาสลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับนักลงทุนต่างชาติในพันธบัตรเป็นปัจจัยบวกสำคัญ แต่ยังไม่แน่นอน หากเกิดขึ้นอาจหนุน INR และอาจช่วยพลิกเงินไหลออกในตราสารหนี้ 613 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ 1 เม.ย. ผู้ค้าควรเตรียมรับการแข็งค่ารวดเร็วของรูปี แม้อาจเป็นเพียงชั่วคราว หากมีข่าวยืนยัน

ดังนั้น กลยุทธ์ “ลองสตรัดเดิล” (long straddle: ซื้อทั้งคอลและพุทออปชัน โดยใช้ราคาใช้สิทธิเดียวกัน) อาจเหมาะในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เพราะทำกำไรได้เมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าทิศทางใด สอดคล้องกับตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข่าวพาดหัว และเป็นการวางเดิมพันว่าตลาดจะ “ขยับแรง” มากขึ้นเอง

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code