โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาทำ “ข้อตกลงการค้าที่ยอดเยี่ยม” กับสี จิ้นผิง ระหว่างยุติการเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ ตามรายงานของรอยเตอร์ส เขายังกล่าวด้วยว่า “เราได้แก้ปัญหาหลายอย่างแล้ว” ในการหารือเกี่ยวกับอิหร่าน
ทรัมป์ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ (อาวุธที่ใช้พลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์และมีอานุภาพทำลายล้างสูง) พร้อมเสริมว่าต้องการให้ช่องแคบยังคงเปิด (เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าและพลังงาน)
ณ เวลารายงานข่าว AUD/USD ปรับลง 0.41% สู่ 0.7190 โดยรายงานเชื่อมโยงถ้อยแถลงดังกล่าวกับการที่ตลาดจับตานโยบายการค้า
สงครามการค้า คือความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมาตรการกีดกันการค้า เช่น ภาษีนำเข้า (ภาษีที่เก็บกับสินค้านำเข้าทำให้ราคาแพงขึ้น) มาตรการเหล่านี้อาจนำไปสู่การตอบโต้ เพิ่มต้นทุนนำเข้า และเพิ่มค่าครองชีพ
ข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-จีนเริ่มขึ้นช่วงต้นปี 2018 หลังสหรัฐออกมาตรการกีดกันการค้าต่อจีน จากข้อกล่าวหาเรื่องแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา (สิทธิในผลงาน/เทคโนโลยี เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์) จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ รวมถึงรถยนต์และถั่วเหลือง
ทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงการค้า “เฟสหนึ่ง” (ข้อตกลงระยะแรกที่ลดความตึงเครียดบางส่วน) ในเดือนมกราคม 2020 การระบาดของโควิด-19 ทำให้ความสนใจต่อข้อพิพาทลดลง ขณะที่นโยบายสหรัฐในเวลาต่อมายังคงเก็บภาษีเดิมไว้และเพิ่มภาษีบางรายการ
ทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 และประกาศเก็บภาษี 60% กับจีนเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 หลังให้คำมั่นไว้ในการหาเสียงปี 2024 รายงานระบุว่า มาตรการตอบโต้กันไปมาอาจกระทบห่วงโซ่อุปทาน (เครือข่ายการผลิตและขนส่งสินค้าตั้งแต่วัตถุดิบถึงผู้บริโภค) และเงินเฟ้อ (การที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น)