ราคานำเข้าของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน สูงขึ้นจาก 18.4% ในงวดก่อนหน้า
เมื่อราคานำเข้าของเกาหลีใต้เร่งขึ้น 20.2% เทียบรายปี แรงกดดันต่อเงินวอนเกาหลี (KRW) เพิ่มขึ้นชัดเจน ต้นทุนที่สูงขึ้นกำลังผลักดันอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/วอน (USD/KRW) ซึ่งช่วงล่าสุดเห็นการทดสอบระดับ 1,380 (หมายถึง 1 ดอลลาร์แลกได้ 1,380 วอน) นักลงทุนควรเตรียมรับความเสี่ยงวอนอ่อนค่า และอาจพิจารณาใช้ “ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิ แต่ไม่บังคับ ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาในอนาคต)” เพื่อวางสถานะ เช่น ซื้อออปชันซื้อดอลลาร์ (USD call: สิทธิซื้อดอลลาร์ที่ราคากำหนด) หรือซื้อออปชันขายวอน (KRW put: สิทธิขายวอนที่ราคา/อัตราที่กำหนด)
แรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนนำเข้าทำให้ธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea) ตัดสินใจยาก เพราะเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ถูกกดดันมาก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) อยู่ที่ 3.5% ตลาดเริ่ม “คาดราคา” หรือสะท้อนความเป็นไปได้มากขึ้นว่าธนาคารกลางอาจขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาสหน้าเพื่อพยุงค่าเงินและลดเงินเฟ้อ ควรติดตามตลาดสวอปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swap: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยระหว่างกัน เช่น ดอกเบี้ยคงที่กับดอกเบี้ยลอยตัว) เพื่อดูสัญญาณมุมมองการคุมเข้มนโยบาย (hawkish: แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อเข้ม)
สำหรับตลาดหุ้น ต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะกดกำไรของผู้ผลิตรายใหญ่ในเกาหลีใต้ หุ้นในดัชนี KOSPI 200 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้) ที่ลดลงแล้วราว 4% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีความเสี่ยงมากขึ้น กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงอาจใช้ “พุทป้องกัน” (protective put: ซื้อออปชันขายเพื่อจำกัดขาดทุน) ทั้งในระดับดัชนี หรือในหุ้นอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการนำเข้าสูง เพื่อกันความเสี่ยงจากผลประกอบการที่อาจอ่อนแอ
ด้วยความไม่แน่นอนเรื่องจังหวะและขนาดการตอบสนองของธนาคารกลางเกาหลี คาดว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของคู่ USD/KRW จะสูงขึ้น กลยุทธ์ที่ตรงไปตรงมาคือถือสถานะที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม (long volatility: ได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรง) ผ่านเครื่องมืออย่าง “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชันซื้อและขายพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิใกล้กัน เพื่อหวังผลจากการเคลื่อนไหวใหญ่ไม่ว่าทิศทางขึ้นหรือลง) ซึ่งช่วยให้ทำกำไรได้หากค่าเงินเคลื่อนไหวแรง โดยไม่ต้องทายทิศทางล่วงหน้า