USD/CNH กลับมาลดลงอีกครั้ง หลังพยายามหลายรอบแต่ยังผ่าน “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน” (50-day moving average: เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 วัน ใช้ดูแนวโน้ม) ไม่ได้ โดยเส้นดังกล่าวทำหน้าที่เป็น “แนวต้าน” (resistance: ระดับราคาที่มักทำให้การปรับขึ้นสะดุด) และจำกัดการรีบาวด์มาตั้งแต่ปีก่อน แนวต้านระยะใกล้อยู่แถว 6.81–6.85
แม้การปรับลงรอบนี้ถูกมองว่าเริ่ม “ยืด” (stretched: ลดลงต่อเนื่องจนเริ่มไกลจากค่าเฉลี่ย) แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของการเด้งกลับ เป้าหมายด้านลบอยู่บริเวณ 6.77 และจุดต่ำสุดปี 2023 ที่ 6.69
คาดว่าจะมีการพูดคุยระดับประธานาธิบดีสหรัฐฯ-จีนภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า ประเด็นหลักคือการค้าและเทคโนโลยี โดยมีการกล่าวถึง “คณะกรรมการการค้า” (Board of Trade: คณะทำงาน/กลไกหารือด้านการค้า) สำหรับสินค้าที่ไม่อ่อนไหว
USD/CNY ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 6.7861 เชื่อมโยงกับการที่ธนาคารกลางจีน (PBoC: ธนาคารกลาง) ยอมให้เงินหยวนแข็งค่า ความคาดหวังว่าความตึงเครียดการค้าจะผ่อนคลาย และการเกินดุล “ดุลการชำระเงิน” (balance of payments: สรุปกระแสเงินตราต่างประเทศเข้า-ออกของประเทศ) ของจีน
ข้อมูลพื้นฐานหนุนฝั่งหยวน โดยจีนรายงาน “ดุลการค้าเกินดุล” (trade surplus: ส่งออกมากกว่านำเข้า) เดือนเม.ย. 2026 ที่ 72.35 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด สะท้อนฐานะดุลการชำระเงินที่แข็งแรง ทำให้ PBoC มีพื้นที่ปล่อยให้หยวนแข็งค่าได้มากขึ้น
ฝั่งดอลลาร์อ่อนลงจากมุมมองที่เปลี่ยนไปต่อ “อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ” (interest rates: ดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางกำหนด) หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเม.ย. 2026 ต่ำกว่าคาดที่ 2.9% ทำให้ตลาดประเมินว่าเฟดจะ “เข้มงวดน้อยลง” (less aggressive: ขึ้นดอกเบี้ย/คงจุดยืนตึงตัวน้อยลง) ความแตกต่างของนโยบายนี้หนุนให้ USD/CNH มีโอกาสอ่อนลงต่อ
สำหรับผู้เล่น “อนุพันธ์” (derivative: เครื่องมือที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) สภาพแวดล้อมนี้เอื้อต่อกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการลงต่อ เช่น การซื้อ “พุตออปชัน” (put option: สิทธิในการขายที่ราคา/ระดับที่กำหนด) โดยมองเป้าหมาย 6.77 และถัดไปคือ 6.69 ขณะที่โซน 6.81–6.85 เป็นแนวต้านสำคัญ หากเกิดการเด้งแล้วไม่ผ่านอาจยืนยันแรงกดดันขาลงต่อไป